ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  ดูกระทิง นอนอิงธรรมชาติ อช.ตาพระยา
6 - 8 ก.ค. 50
 
 
 


ลำน้ำ
15 ก.ค. 50
เวลา 11:25:06

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
...บันทึกสัญจรในทริปนี้มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่อย่างมากมายครับ ทั้งความรู้ ความน่าสนใจ
อีกทั้งยังความเชื่อที่งมงายกับบางสิ่งด้วย ทั้งหมดทั้งหลายที่ผมจะเผยแพร่ หรือบอกกล่าว
ในบันทึกสัญจรให้พี่พี่สมาชิกของเราเหล่าชาว ThaiTrip4u.com ให้รับทราบกัน...
แต่ก็ต้องขอบอกไว้ก่อนน่ะครับว่า บางสถานที่ บางเหตุการณ์ ผมจะมีภาพประกอบ
ให้ได้ดูเพลินๆตากัน แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีภาพมาเยอะสักเท่าไหร่นักในทริปนี้
เพราะติดคัดด้วยภาระกิจหน้าที่ที่จะต้องทำทุกอย่างไป เลยไม่ค่อยได้มีโอกาส
ไปบันทึกภาพเก็บมาฝากกันมากอย่างที่เคยทำๆกันมา...ก็ต้องขออภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วย
 


  คำตอบที่ 1  
 


ลำน้ำ
15 ก.ค. 50
เวลา 11:25:53
...เอาหล่ะ เรามาว่าด้วยการบันทึกสัญจรในทริปนี้กันดีกว่านะครับ...
ทริปนี้เริ่มจาการคิดของสองทีมงานหลักหน้าเก่าๆขาประจำอีกแล้วครับท่าน ก็จะมีใครเสียอีกหล่ะครับ
นอกเสียจาก น้ากบ และ ผม (หรือที่พี่พี่สมาชิกส่วนใหญ่แกล้งเรียกกันว่า น้องลำ) เริ่มมีความสนใจ
อยู่ที่ประเด็นว่า อช.ตาพระยา มีอะไร? แหล่งท่องเที่ยวมีอะไร? ที่ทำให้เราได้เกิดข้อมูลได้บ้าง
แต่ประเด็นที่สำคัญนั้นก็คือ กระทิงที่ตาพระยา ทั้งตัวน้ากบและผมต่างก็ได้ยินคำร่ำลือมานานแล้วว่า
ที่ อช.ตาพระยา มีฝูงกระทิงป่า ออกมาหากินในแหล่งทุ่งหญ้าธรรมชาติ เลยเป็นที่มาของการออกหา
ข้อมูลในทริปนี้กันครับ...
 


  คำตอบที่ 2  
 


ลำน้ำ
15 ก.ค. 50
เวลา 11:53:21
...แต่ก่อนอื่นผมเองขอแทรกข้อมูลองค์ความรู้สักนิดน่ะครับ เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจอย่างมีศักดิ์ศรี
ของเราชาวไทยทุกท่าน ที่ผมเอื่อนเอ่ยมาอย่างนี้ก็เพราะว่า...พื้นที่ป่ามรดกโลกทางธรรมชาติเขาใหญ่นี้
ได้ครบรอบการประกาศให้เป็นพื้นป่ามรดกโลกทางธรรมชาติบรรจบครบรอบ 2 ปี เมื่อวันที่ 14 ก.ค 50
...การตัดสินมรดกโลกของคณะกรรมการมรดกโลก องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แห่ง
สหประชาชาติ ( UNESCO ) ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ได้ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 48
ประกาศให้กลุ่มป่า ดงพญาเย็น - เขาใหญ่ เป็นมรดกโลก ซึ่งนับเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2
ของประเทศไทย ต่อจาก ทุ่งใหญ่นเรศวร - ห้วยขาแข้ง
 


  คำตอบที่ 3  
 


ลำน้ำ
15 ก.ค. 50
เวลา 12:06:05
...ผลที่ได้รับจาการเป็นเป็นมรดกโลก...
การเสนอพื้นที่เป็นแหล่งมรดกโลก จะต้องทำเอกสารนำเสนอ (Nomination) ต่อองค์การ UNESCO
ที่จะต้องแสดงให้เห็นถึงคุณค่า และศักยภาพของพื้อนที่ตามเกณฑ์ (Criteria ) ที่องค์การ UNESCO กำหนด
แสดงว่าพื้นที่ที่เป็นมรดกโลกจะต้องมีคุณค่าในระดับโลกอย่างแท้จริง ซึ่งขั้นตอนการนำเสนอจะต้องเตรียม
เอกสารที่เกี่ยวข้องเช่น แผนการจัดการพื้นที่ การแสดงออกถึงท่าทีต่อโครงการที่มีผลกระทบต่อพื้นที่...

.....การเป็นมรดกโลก จะเป็นพันธะผูกพันตามอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ซึ่งประเทศภาคี จะต้องดูแล
พื้นที่มรดกโลกมิให้เสื่อมโทรม หรือ ตกอยู่ในสถานะอันตราย ศูนย์มรดกโลก ( World Heritage Centre)
ซึ่งเป็นหน่วยงานขององค์การ UNESCO ที่มีหน้าที่ประสานงานกับประเทศภาคี จะให้ความช่วยเหลือ
ทางวิชาการ หรือ เงินสนับสนุนแก่แหล่งมรดกโลกตามความจำเป็น เป็นเกียรติภูมิและศักดิ์ศรี
ของประเทศไทย ที่มีแหล่งธรรมชาติที่ทรงคุณค่าในระดับโลก จนได้ขึ้นบัญชีเป็นแหล่งมรดกโลก
ซึ่งคนทั่วโลกร่วมรับรู้และร่วมกันดูแลรักษา เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพราะการเป็นมรดกโลก
เป็นการประกันว่าพื้นที่นั้น มีคุณค่าในระดับโลกอย่างแท้จริง เป็นเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวที่นิยมธรรมชาติ
จะไม่พลาด....

และนี่ก็เป็นสาระดีดี ข้อมูลดีดีที่เราน่าภาคภูมิใจ ที่นำมาบอกกันน่ะครับ
 


  คำตอบที่ 4  
 


ลำน้ำ
15 ก.ค. 50
เวลา 12:14:51
.....เรามาว่าด้วยการเดินทางของเรากันต่อน่ะ ขออ้างอิงต่อจาก คต.1.
"ถ้าเราไม่ลงไปหาข้อมูลในพื้นที่จริง ได้พูดได้คุยกับเจ้าหน้าที่ หรือคนในพื้นที่จริงๆ เราก็จะไม่วันรู้
ข้อมูลที่แท้จริง" คำคำนี้เป็นคำพูดออกมาจากปากน้ากบ
ซึ่งผมก็คิดแล้วว่า" มันก็เป็นจริงอย่างที่น้ากบแกว่า"
เพราะบางครั้งหรือบางข้อมูลกับบางสิ่งและบางอย่าง ถ้าเราคิดจะพึ่งพาด้าน IT อย่างเดียวคงจะไม่ได้อะไร
มากนัก ถ้าเราไม่ลงไปหาข้อมูลเองในพื้นที่จริงๆ.....
 


  คำตอบที่ 5  
 


ลำน้ำ
15 ก.ค. 50
เวลา 12:40:11
วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 50...เวลา 21:30 น.
.....พี่พี่สมาชิกของเวปได้มาเจอกันยังจุดนัดพบ (ลานจอดรถห้างคาร์ฟู ) พี่สายป่าน พี่หมอachai พี่นกอิสระ
น้ากบ และผม เจอกันก็ได้กล่าวสาระทุกข์สุกๆดิบๆกันไป จากนั้นก็ขึ้นเจ้าปาดำคันเก่งลุยทุกๆที่
มุ่งหน้ายัง อช.ปางสีดา (คืนนี้เราจะแวะไปนอนเอาแรงกันที่นั้นหนึ่งคืน) เวลาเกือบๆเที่ยงคืนกลุ่มคณะ
ของเราได้แวะหาอะไรใส่ท้องสักหน่อย เพราะพี่บางท่านเล่นล้อขนมคบเคี้ยวหมดไปหลายห่อแล้ว
..." ก๋วยเตี๋ยว " บะหมี่เกี๊ยว เล็กต้มยำ เส้นใหญ่เย็นตาโฟ ซัดกันไปคนละถ้วยสองถ้วย...เฮ้อ!! อิ่ม
จ่ายตังค์กลับขึ้นรถเดินทางกันต่อ แต่หนทางเหลืออีกไม่ยาวไกลแล้วครับ เดี๋ยวก็จะเข้าตัวอุทยานฯ
กันแล้ว...แถวบ้านผมเรียกว่า"ตดยังไม่ทันหายเหม็น"
ถึงแยก อบต.เด่นๆที่ใครผ่านพบหรือได้อ่านแล้วต้องเกิดรอยยิ้ม นามว่า โคกอีหลงขับเลยไปอีกนิดก็จะถึง
ยังบริเวณด่านตรวจแล้ว ผมเองต้องลงไปชำระค่าธรรมเนียมที่นี่ก่อนเข้าตัวอุทยานฯครับ
" ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีตำแหน่งอะไรแค่ไหน แต่สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ กฎระเบียบและธรรมเนียมที่ถูกต้อง"
ผมได้ลงไปชำระค่าธรรมเนียมตอนเที่ยงคืนนิดๆ ( ในเวลาที่พี่เจ้าหน้าที่กำลังฝันดีดี หวานๆ )
อัตราค่าธรรมเนียม...20 บาทต่อท่าน รถยนต์ 30 บาทต่อคัน
...เสร็จสิ้นกระบวนการก็มุ่งหน้าตรงเข้าด้านหลังของที่ทำการอุทยานฯปางสีดา หาจุดแคมป์เกือบตีหนึ่ง
พี่พี่สมาชิกของเราต่างช่วยกันยกของ เคลียร์พื้นที่ การเต็นท์ ด้วยแสงไฟนีออนที่ชาร์ตแบตมาเต็มเหนี่ยว
สร้างแคมป์กันเสร็จทุกอย่างก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่า ค่ำคืนนี้อากาศกำลังดีครับ สบายๆ
..คงหลับฝันดีกันทุกท่านน่ะครับ....แล้วพรุ่งนี้เช้าเจอกันใหม่.
 


  คำตอบที่ 6  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 15:38:39
05.00 น.ของเช้าวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 50.....เสียงเรียกแถวจากด้านหน้าที่ทำการ พร้อมกับเสียง
ฝีเท้าที่ฟังดูแล้วเหมือนจะเร่งรีบกระทำการอะไรกันสักอย่าง พร้อมกับเสียงเฮ้....นับหนึ่ง สอง สาม สี่.........
ผมก็ด้วยความอยากรู้และต้องการที่จะเห็น ว่ามีอะไรกัน ทำไมพี่พี่เจ้าหน้าที่ถึงได้รวมตัวรวมพลกัน
แต่เช้าตรู่ได้ขนาดนี้ ผมว่าผมและพี่พี่พึ่งจะนอนไม่กี่อึดใจเองนะ....
เสียงรูดซิปของเต็นท์ ทรงผมที่รุงรัง ไม่รู้ว่ามีขี้ตาด้วยหรือป่าว ก้าวขายื่นออกนอกเต็นท์ เหยียบย่ำ
ยอดหญ้า ที่ชุ่มฉ่ำได้ด้วยน้ำค้าง ก้าวเดินออกไป ออกไปด้วยความงัวเงีย สายตาก็พยายามที่จะจ้องมอง
ไปยังจุดข้างหน้า...อยากจะรู้ว่าพี่พี่เขาทำอะไรกัน
 


  คำตอบที่ 7  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 15:50:25
...ในที่สุดสายตาที่ยังไม่เปิดภาพรับได้เต็มๆนั้น ก็ได้เห็น เวที แสงไฟ และความอลหม่านของพี่พี่
เจ้าหน้าที่ที่กำลังวุ่นวาย กับการเตรียมงานที่ได้จัดขึ้นไว้ ผมดูดูแล้วเหมือนกับว่าพี่พี่เจ้าหน้าที่ของ
อุทยานแห่งชาติปางสีดา กำลังแสดงศักยภาพในด้านความพร้อมที่จะคอยต้อนรับ ไฟคบเพลิง
วิ่งฉลองการประกาศครบรอบ 2 ปี ผืนป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ มรดกโลกทางธรรมชาติ
ซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 อุทยานแห่งชาติ และอีก 1 เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า ครับ คือ
1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
2. อุทยานแห่งชาติทับลาน
3. อุทยานแห่งชาติปางสีดา
4. อุทยานแห่งชาติตาพระยา
5. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่

ดวงตาของผมเริ่มเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น หัวใจรู้สึกผองโตกับความภาคภูมิใจในผืนป่าของเมืองไทยเรา
 


  คำตอบที่ 8  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 15:57:32
แต่ที่จุด อช.ปางสีดานี้ เป็นจุดที่พี่พี่เจ้าหน้าที่ปางสีดา จะต้องรับช่วงไฟคบเพลิง ต่อจาก อช.ตาพระยา
และ อช.ปางสีดา ก็จะวิ่งส่งต่อไปยัง อช.ทับลาน และต่อไปยัง อช.เขาใหญ่ ซึ่งข้างบนนั้นพี่พี่เล่าให้ฟัง
ว่ามีการเตรียมงานและจัดงานกันพอสมควร มีดนตรีเพื่อชีวิตมาแสดงและปลุกจิตสำนึกให้คนไทย
ได้ร่วมอนุรักษ์ผืนป่านี้ไว้

....ผมเดินกลับมาที่เต็นท์
 


  คำตอบที่ 9  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 16:04:49
มุดเข้าไปในเต็นท์ต่อ หวังว่าคงจะได้นอนอีกสักพัก และแล้วฝันนั้นก็เป็นจริง ผมได้งีบหลับไปสักพัก
แต่ก็มีเสียงอีกนั้นแหล่ะ จึงต้องทำให้ผมต้องรีบตื่น แต่เป็นการตื่นที่จะไปล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน
แล้วก็กลับมาทำหน้าที่ตามเดิมครับ
อย่างแรกที่ต้องทำคือ ต้มน้ำร้อน ไว้ให้พี่พี่สมาชิกของเราได้ตื่นขึ้นมาดื่มกาแฟ โอวัลตินกัน
อย่างที่สอง ไม่มีใครตื่นผมก็ซัดซะก่อนเลยหนึ่งดอก จากนั้นก็หุงข้าว เตรียมเครื่องครัวให้กับแม่ครัวใหญ่
และระหว่างเตรียมเครื่องครัวอยุ่นั้น พี่หมอของเราก็ได้แง้มซิปหน้าเต็นท์ ประมาณว่า...นี่เจ้าลำน้ำ
ทำอะไรทำไมถึงได้เสียงดังอิหล๋งฉ๊งเฉ๋งได้ขนาดนี้ ก็ได้สนทนากันไป แต่ด้วยเสียงสนทนาของเรา
สองคนหรือป่าว ที่ได้ทำให้แม่ครัวใหญ่ของเราต้องตื่นขึ้นตามมากันติดๆ พร้อมกับผู้ช่วยแม่ครัวมือหนึ่ง
พี่นกพริกน้ำปลา
 


  คำตอบที่ 10  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 16:08:10
ระหว่างนี้ผมก็ได้ปล่อยให้ทั้งแม่ครัว ผู้ช่วยหนึ่ง และผู้ช่วยสอง เขาหมกมุ่นกับการทำกับข้าวกันต่อไป
ผมเองก็เห็นว่าอากาศดี ( แต่ครึ้มฟ้าครึ้มฝนชอบกล ) ก็เลยงัดกล้องไปบันทึกภาพไว้สักหน่อย....
 


  คำตอบที่ 11  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 16:09:14
อย่างแรกเลย...ก็รอบสำรวจสิ่งที่น่าสนใจบริเวณใกล้ๆที่เราแคมป์กันครับ
 


  คำตอบที่ 12  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 16:11:05
ดูสิว่ามีอะไรน่าสนใจไหม....และแล้วก็เจอ ตัวแข็งนอกอ่อนใน ( ตัวนี้พี่ลูกพีชเออร์วิ่นของเรารู้จักดีว่าชื่ออะไร)
 


  คำตอบที่ 13  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 16:12:18
ส่วนเจ้าตัวนี้ เนื้อนิ่มขนปุกปุย ( ในอนาคตมันขอแปลงร่างเป็นผีเสื้อครับ )
 


  คำตอบที่ 14  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 16:13:55
ผมได้เดินเล็งตามต้นไม้ต่างๆ พบเห็นพันธุ์กล้วยไม้หลายชนิด คิดจะถ่ายแต่ก็ต้องเลือกที่ต้นมันสมบูรณ์ที่สุด
 


  คำตอบที่ 15  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 16:15:27
ถ้าใครมาถูกหน้าฤดูกาลที่ดอกมันออกนะครับ จะสวยงามมากๆเลย เพราะที่นี่มีพันธุ์กล้วยไม้เต็มไปหมด
 


  คำตอบที่ 16  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 16:16:55
จากนั้นก็เดินสำรวจต่อไปอีกบริเวณข้างที่เจ้าปาเราจอดอยู่นั้น มีกลุ่มเห็ดมากมาย แบบว่าสดๆ งามๆ
 


  คำตอบที่ 17  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 16:18:04
ถ่ายไปก็เพลินไป....จากนั้นผมก็เดินมันไปเรื่อยๆหน่ะครับ ไม่มีจุดหมาย
 


  คำตอบที่ 18  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 16:19:58
จนมาเห็นเจ้าสองตัวนี้กำลังมอบความรักอันแสนจะบริสุทธิ์ให้แก่กันครับ ( ลำน้ำเหงาแอบดูกิ้งกือข้างต้นไม้ )
 


  คำตอบที่ 19  
 


บุ้งกี๋
16 ก.ค. 50
เวลา 17:22:48
คริ..คริ..น้องลำอิจฉากิ้งกือเหรอจ้ะ..หุหุ..โฮ่ะๆๆๆๆๆ

แหมพี่หมอ achai...แอบหนีไป ไม่ชวนกันเลยน้า...ดังแล้วแยกวงเหรอ...เดี๋ยวจะฟ้องคุณยายมือใหม่ใจถึง..ชิ!!
 


  คำตอบที่ 20  
 


ลำน้ำ
16 ก.ค. 50
เวลา 17:41:14
ไม่ต้องไปอิจฉาพี่หมอเลยน่ะพี่บุ้งกี๋ ผมชวนพี่แล้วนะ...แต่เห็นว่าพี่ป่วยเป็นโรคคนชราเหรอครับ
 


  คำตอบที่ 21  
 


บุ้งกี๋
17 ก.ค. 50
เวลา 9:11:24
แหม..น้องลำน้ำ..ก็ไอ้โรคคนชราเนี่ย น้องลำน้ำเอาเชื้อมาติดพี่บุ้งกี๋นี่จ้ะ ดีนะ..ที่พี่รักษาหายแล้ว..^-^
ว่าแต่น้องลำ ถ้าไม่รีบรักษาจะเป็นเรื้อรังไม่หายนะจ้ะ เอ..หรือว่าเป็นโรคชอบคนชราแทน..หุ..หุ..
 


  คำตอบที่ 22  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 9:14:46
สองเท้าป่าวๆได้เดินย้ำเล่น อย่างมีความคิด ( คิดไปนู้นคิดไปนี่ ) ส่วนทางด้านจิตใจ ก็เงียบและนิ่ง
สายตามองทอดออกมองไปในสนามหญ้า ที่มีสีเขียวอยู่เบื้องหน้าครับ
 


  คำตอบที่ 23  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 9:15:54
โอ้โฮ๋....มาแซวกันแต่เช้าเลยนะครับพี่ ผมหน่ะมีคนดูแล...ว่าแต่ท่านพี่บุ้งกี๋เถอะ...อิอิ
 


  คำตอบที่ 24  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 9:18:57
เห็นแคร่ไม้อยู่ใต้ร่มเงา ในใจก็นึก...ถ้าเรามีสิ่งหนึ่งสิ่งอย่างที่ถูกใจหรือชอบ คงจะดีถ้าเราได้นั่งร่วม
อยู่กับสิ่งๆนั้น และด้วยสายลมพัดผ่าน บวกกับอากาศที่สบายๆ
....บอกได้คำเดียวครับว่า เป็นสุขที่สุดเลย
 


  คำตอบที่ 25  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 9:21:02
ผมได้เดินวนไปเวียนมาอยู่หลายรอบ แต่คราวนี้มองไปเห็น เกวียนแบบมีซุ้มหรือหลังคา สวยดีครับ
 


  คำตอบที่ 26  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 9:24:33
สำหรับผมบอกได้คำเดียวว่า คลาสสิค สุดยอดแห่งความคลาสสิค งานไม้ กับ ธรรมชาติ ผมเชื่อว่านักแต่งบ้าน หรือนักจัดสวนหลายท่าน คงชื่นชอบกับความลงตัวเหล่านี้แน่นอนที่สุด
 


  คำตอบที่ 27  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 9:26:47
ผมคิดว่าผมใช้เวลาในการเดินเหยียบย้ำยอดหญ้า น้ำค้าง อากาศ สายลม อยู่นานพอสมควร เลยหันกลับไปมองพี่พี่ของเรากำลังง้วนอยู่กับ อาหารเช้ากันอยู่เลย ถ้างั้นเดี๋ยวผมต้องขอตัวไปช่วยพี่พี่ก่อนนะครับ........
 


  คำตอบที่ 28  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 9:37:49
( ตัดภาพเข้ายังแคมป์ )
...แม่ครัวใหญ่นามสหายเหนียว ผู้ช่วยใหญ่คือนกพริกน้ำปลา อีกทั้งมือมีดพี่หมอหั่นผัก....น้ากบประธานที่ปรึกษาในการปรุง ( โดนแม่ครัวใหญ่ถามประจำว่าใส่อะไร ดีไหม )
...มื้อนี้ได้กินอาหารดีดี เพราะแม่ครัวเราจ้องจะเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆหน่ะครับ ประมาณว่านึกอะไรได้ก็ใส่มันไปเลย
จนประมาณว่า...จะทำอะไรกินกันดีเนี๊ยะ ไม่นานเกินรอ ( เกือบๆชั่วโมง ) อาหารมือเช้าเราก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์
...ระหว่างทานก็ได้มีข้อสนทนาถกเถียงสอบถาม พูดคุย แลกเปลี่ยนกันอยู่ตลอด แต่ประเด็นที่สำคัญของเราก็คือ เป้าหมายหลักที่เราจะไปกันในเพลาหลังมื้อเช้านี้ ว่าจะเอายังไงดี....
...ผลสรุปออกมาเป็นอย่างเอก กะ ฉันท์ คือเราจะไปที่ ตาพระยา กันไปดูสิ...ว่ามันมีอะไร มีหมีแพนด้าหรือป่าว
ทานอิ่ม เก็บถ้วยล้างชาม รื้อเต็นท์ ขนของ...เราร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ อากาศกำลังดี แสงแดดยังไม่ออก เพราะถูกปกคลุมไปได้วยเมฆฝน ( บรรยากาศสุดยอด..เราจึงขอไว้อาลัยสำหรับคนที่พลาดในทริปนี้ครับ )
 


  คำตอบที่ 29  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 9:50:16
มีคน MSN เข้ามาถามว่า ( เทคโนโลยีสุดยอด ) เสบี่ยงมีอะไรกันบ้าง เพื่อจะได้จัดเตรียมเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนๆในกลุ่ม จะได้ไม่อดอยากกัน
...ตอบว่า ทริปนี้เป็นทริปง่ายๆนะครับ ไม่ได้เตรียมอะไรมากมายนัก อาทิเช่น.....
....มาม่า สามกองพัน - ไข่ไก่ สิบสองกองร้อย - พลทหารผักหนึ่งกองพล - อีกทั้ง เครื่องกระป๋อง 5-7 หน่วย
เนื้อสัตว์แช่แข็ง อัดเต็มเสบียง - เครื่องกระสุน น้ำมัน น้ำปลา น้ำตาล น้ำมันงา น้ำมันหอย พริกไทย พริกป่น เกลือ ฯลฯ ยังมีหน่วยส่งเสริมสมรรถภาพ กาแฟ โอวัลติน - หน่วยปลอบใจและเยียวยา น้องก้า น้องสไมย์นอร์ฟฝาดำ
และที่ไม่ควรลืมคือ เครื่องกระสุนหนักครับ ข้าวสารหอมมะลิ
 


  คำตอบที่ 30  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 9:53:39
ว่ากันต่อ...
......พี่ๆได้เข้าอาบน้ำอาบท่า ส่วนผมก็ต้องไปชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกับพี่เจ้าหน้าที่ต่อ ในส่วนนี้เป็นการชำระค่ากางเต็นท์พักแรมครับ 30 บาท/ ท่าน / คืน มีใบเสร็จให้เรียบร้อยครับ
 


  คำตอบที่ 31  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 10:01:45
ผมเองก็ได้ยืนพูดคุยกับพี่พี่เจ้าหน้าที่อยู่พักใหญ่...ตามประสาคนรู้จัก เคยเห็นหน้าเห็นตากันอยู่
พี่เจ้าหน้าพี่...ถาม แล้วนี่จะไปไหนกันต่อหล่ะค่ะ
ลำน้ำ...ตอบ อ๋อ..เดี๋ยวพวกผมจะไปกันที่ อช.ตาพระยา หน่ะครับ
พี่เจ้าหน้าที่...ตอบกลับทันควัน อืม..ที่นั้นสวยดีนะ อากาศก็ดีด้วย ยิ่งช่วงนี้นะ..มีฝูงกระทิงออกมากินยอดหญ้ายอดไม้กันเต็มเลย แวะไปดูสิค่ะ
ลำน้ำ...ถามกลับ แล้วเราจะไปดูได้ช่วงไหนหล่ะครับ ตรงที่แคมป์ หรือตรงระหว่างเส้นทาง เดินหรือนำรถเข้าไปได้หล่ะครับ
พี่เจ้าหน้าที่...ตอบกลับโดยไม่ต้องคิด มีให้เห็นหมดหล่ะค่ะ ตรงที่ทำการฯริมถนนก็มีอยู่หนึ่งตัว หรือถ้าจะเข้าไปแคมป์กันข้างใน ก็มีระหว่างเส้นทาง จะมีทุ่งหญ้า และหอดูกระทิง พี่แนะนำให้ไปนอนแคมป์กันข้างในดีกว่า เพราะบรรยากาศดี อากาศก็ดี วิวสวย เป็นส่วนตัวดีน่ะค่ะ
ลำน้ำ...เหรอครับ ถ้าอย่างนี้ต้องไปพิสูจน์กันซะหน่อยแล้ว.....ขอบคุณนะครับ
พี่เจ้าหน้าที่...แล้วอย่าลืมกลับมาเที่ยวที่ ปางสีดา อีกนะ...
ลำน้ำ...คร๊าบบบ.....ขอบพระคุณมากนะครับ
 


  คำตอบที่ 32  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 10:05:57
หลังจากที่คุยกับพี่พี่เจ้าหน้าที่ ผมก็หันไปดูพี่พี่สมาชิกของเราว่าเสร็จกันเรียบร้อยหรือยัง ผมจะพอมีเวลาเหลือก็ได้เดินแวะถ่ายรูปเล่นบริเวณหน้าที่ทำการ หรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวครับ
 


  คำตอบที่ 33  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 10:08:07
เดินดูโป่งเที่ยม ที่ที่ผีเสื้อจะลงมาครับ ช่วงนี้มีน้อยมาก ไม่เหมือนช่วงที่เรามาก่อนหน้านี้ แต่ก่อนหน้านี้ที่มีเยอะๆแยะๆ กล้องเรากับดันมาพังซะนี่ ทีไปเสียตังค์ซ่อมมาแล้ว...กลับไม่ค่อยมีตัวเลย เฮ้อ.....
 


  คำตอบที่ 34  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 10:09:22
เหลือบมองไปเห็นเจ้าตัวนี้กำลังบินโฉบไปโฉมมาเข้า...ก็ขอเอามาแก้ขัดไปก่อนก็แล้วกัน
 


  คำตอบที่ 35  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 10:12:45
ถ้าจำไม่ผิดนะครับ น่าจะเป็นผีเสื้อ หนอนมะนาว หรือป่าว ถ้าไงท่านที่มีความรู้ท่านใดมีความเห็นช่วยๆส่งมาด้วยนะครับ แบบว่าผมไม่มีความรู้ด้านผีเสื้อหน่ะครับ มันบินไปมากับดอกไม้สีสด เห็นแล้วที่จะอดไม่เก็บภาพก็ไม่ได้
 


  คำตอบที่ 36  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 10:15:25
และแล้วผมก็ได้เดินกลับไปยังรถ ซึ่งพี่พี่สมาชิกของเราคอยอยู่....พร้อมที่จะออกเดินทางไปกันต่อแล้ว
...เป้าหมายต่อไปคือ อุทยานแห่งชาติ ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้วกันต่อครับ
 


  คำตอบที่ 37  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 11:32:41
ข้อมูลดีดี....เกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติปางสีดา
...อุทยานแห่งชาติปางสีดา เดิมเป็นหน่วยงานตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในการที่จะตั้งป่าบริเวณน้ำตกปางสีดา ให้เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ได้จัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อปี 2521 และได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอันดับที่ 41 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2525
มีเนื้อที่ 844 ตารางกิโลเมตร ( 527,500 ไร่ ) อยุ่ในอำเภอเมือง อำเภอวัฒนานคร อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี.....

.....แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ...
...น้ำตกปางสีดา : มีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้น สูงประมาณ 10 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 800 เมตร.
...น้ำตกผาตะเคียน : เป็นน้ำตกผาสูงประมาณ 10 เมตร อยู่ห่างจากน้ำตกปางสีดาไปอีกประมาณ 2 กม.
...น้ำตกถ้ำค้างคาว : เป็นน้ำตกอยู่กลางป่าลึก ใช้เวลาไป-กลับ 2 วัน 1 คืนเป็นน้ำตกที่มีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่ในถ้ำใต้น้ำตก
...น้ำตกแควมะค่า : เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุด สายน้ำไหลมาตามลานหินผาสูงประมาณ 70 เมตร และไม่ห่างกันเป็นที่ตั้งของกลุ่มน้ำตกสวนมั่นสวนทอง และน้ำตกม่านธารา ใช้เวลาเดินทางไป-กลับ 3 วัน 2 คืน.
...จุดชมวิว : ชมสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงสลับชมพระอาทิตย์อัสดงในยามเย็น และชมทะเลหมอกในยามเช้าตรู่ อยู่ห่างจากที่ทำการฯขึ้นไปตามถนนสายความมั่นคง 25 กม.
...อ่างเก็บน้ำพระปรง : อยู่ในอำเภอวัฒนานคร ห่างจากที่ทำการฯประมาณ 30 กม. เป็นที่ค้นพบ ฟอสซิลไดโนเสาร์
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กิจกรรมดูนกน้ำและนั่งเรือชมทิวทัศน์ทางธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำ.
...ลานหินดาด : เป็นแหล่งศึกษาวิจัยที่มีความสำคัญด้านการอนุรักษ์ จระเข้น้ำจืดแหล่งสุดท้าย และเป็นที่ดูผีเสื้อห่างจากที่ทำการฯ 11 กม. การเข้าไปในพื้นที่ต้องทำหนังสือขออนุญาตก่อนเข้า.
...ภูเขาเจดีย์ : เป็นการรวมตัวของกลุ่มก้อนหินมีรอยแตก เนื่องจากเกิดการเย็นตัว สูงประมาณ 4 เมตร. มีเส้นรอบวง 25 เมตร อยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ ปด. 1 ( แก่งยายมา ) ห่างจากที่ทำการฯประมาณ 50 กม.

.....กิจกรรมที่น่าสนใจ.....
...กิจกรรมดูผีเสื้อ...อุทยานแห่งชาติปางสีดามีผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ หลายหลากชนิด มีมากกว่า 300 ชนิด
ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น เมืองผีเสื้อแห่งป่าตะวันตก ซึ่งจะมีผีเสื้อมากในเดือนเมษายน ถึง เดือนสิงหาคม.
...กิจกรรมดูนก...มีนกนานาชนิดและนกที่หาดูได้อยาก อาทิเช่น นกเงือก นกอ้ายงั่ว ฯลฯ แหล่งดูนกจะอยู่ที่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ หน่วย ปด.5 ( ห้วยน้ำเย็น ) และอ่างเก็บน้ำพระปรง.
...กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ...ศึกษาสภาพผืนป่าระบบนิเวศพันธุ์พืชและสัตว์ป่า พืชสมุนไพรต่างๆ ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติปางสีดานำทาง...

*** ติดต่อ - สำรองที่พัก ***
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติปางสีดา โทร. 0 3724 3775, 0 3724 6100.
หรือสำรองบ้านพักที่สำนักงานอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร. 0 2562 0760.
หรือทางเว็ปไซด์ http://www.dnp.go.th
 


  คำตอบที่ 38  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 14:13:03
...กลับเข้าสู่การเดินทางกันต่อ...
.....แรกๆเสียงก็ดีดีกันอยู่ แต่พอหลุดพ้นจากที่ทำการไม่นานนัก เสียงนั้นก็ค่อยๆเงียบลง เงียบลง สักพักก็คอหักกัน
( หลับสนิท..ศิษย์น้ำลายไหล ) ระหว่างทางก็มีเรื่องเล่าจากพี่นกพริกน้ำปลา ซึ่งมีเพื่อนอยู่ที่สระแก้ว พี่นกได้เล่าให้พวกเราฟังยังสถานที่ต่างๆที่เจ้าปาแล่นผ่าน อาทิเช่น อ่างเก็บน้ำ....จำไม่ได้ซะแล้วเราว่าชื่ออะไร ( ไงพี่นกช่วยเสริมด้วยนะครับ ) แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น...ระหว่างทางในทริปนี้พี่หมอมือมีดของผม ต้องรับภาระอันแสนจะง่วงนอน ในการบอกทาง ( เน ) น้ากบได้มอบหมายหนังสือแผนที่เดินทางให้กับพี่หมอในฐานะนั่งด้านหน้า เพราะสะดวกต่อการดูแผนที่และบอกกล่าวสุด แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นก็คือ น้ากบขับเจอทางแยกไม่รู้ว่าแยกไหน ป้ายก็ไม่มีบอกซะด้วยสิ....เอ่ แล้วเราจะเอาไงกันดี...หันไปดูพี่หมอมือมีด ผู้ซึ่งถือแผนที่ พี่แกดันหลับซะงั้น เสียงดังก็แล้ว เรียกก็แล้ว....เฮ้อ คราวที่แล้วเจอเนนักดื่ม เลยพาหลงอยู่ในสระแก้วซะ3ชั่วโมงกว่าๆ แต่มาทริปนี้เจอเนขี้เศรา หรือเป็นเพราะน้ากบแกขับรถนิ่มเกินไปหรือป่าวไม่รู้555ขำ
 


  คำตอบที่ 39  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 14:39:44
แต่เนของเรา มีเทคโนโลยีครับ ควักเครื่อง GPS มาเลยกะว่า ชัวไม่หลงแน่ แต่เดี๋ยวก่อน ผะเอินเจ้า GPS ตัวนี้ไม่ได้ลงโปรแกรมของแผนที่ทางหลวงไว้ ก็ต้องเลยช่วยๆกันมองตามเสาหลักทางหลวงบ้าง ป้ายบ้างแหล่ะ
แต่ก็เพราะน้ากบแกขับรถนิ่มอีกนั้นแหล่ะ จึงทำให้พี่หมอมือมีดของเราต้องรีบไปเข้าเฝ้าพระอินทร์ต่อ จนมาถึง....
ผมขอเรียกว่าแยก กระท้อน แม่ครัวของเราเป็นคนที่มีนิสัยชอบมองหาของอร่อยข้างทางครับ เจอเป็นไม่ได้ต้องแวะขอชิม ซื้อ ขอ เกือบทุกทริปไป จากแยกนี้เอง พวกเราเห็นซุ้มขายกระท้อนอยู่หนึ่งซุ้ม แม่ครัวของเราถามหาเลยว่าไหนๆๆๆ ทั้งๆที่มันก็อยุ่ตรงหน้าพี่แกนั้นแหล่ะครับ
 


  คำตอบที่ 40  
 


ลำน้ำ
17 ก.ค. 50
เวลา 14:51:29
และนี่ก็จะเป็นต้นเหตุของตำนาน กระท้อน.....เริ่มฉาก แม่ครัวเราลงไปเจ้าแรก ตามด้วยพี่หมอมือมีด เราได้ส่งสองทีมงานลงไป และพวกเราก็ได้แต่สังเกตุการณ์กันอยู่บนรถ
แม่ครัว เริ่มเปิดฉากด้วยการพูดคุยกับแม่ค้า คุยไม่พอต้องขอจำ ขอดมด้วย จนในที่สุดก็ต้อง....ขอชิม
แม่ครัวเราชิมแล้วเห็นว่าจะเยี่ยมยอด ก็เลยส่งให้พี่หมอมือมีดเราชิมต่อ และแล้วทั้งสองก็ได้ชิมกระท้อนที่แม่ค้าปอกให้ชิมจนหมดไปหนึ่งลูก แต่แม่ครัวของเราก็ยังไม่ตัดใจซื้อ จนแม่ค้าต้องปอกให้อีกลูก ( อันนี้จำไม่ได้ว่าพันธุ์อะไร ) แม่ครัวเราแน่ใจแล้วว่าของป้าแกดีจริง ลูกสวย ผลใหญ่ เนื้ออมเปรี้ยวอมหวาน เมล็ดเล็ก สรุปว่ากินก็แล้วกันนะ แม่ครัวเราซื้อมาทั้งสองสายพันธุ์ สายพันธุ์ล่ะหนึ่งกิโล มี 4 โล 100 กับ 3 โล 100 ของแบบนี้แม่ครัวเราไม่พลาดแน่ จากนั้นก็หิวถุงกระท้อนขึ้นรถ แล้วหลับกันต่อยาวๆ นาน...
 


  คำตอบที่ 41  
 


นกอิสระ
17 ก.ค. 50
เวลา 16:58:32
รายละเอียดแน่นปึก ทำข้อสอบไม่พลาดแน่
แต่ชักจะชอบฉายานี้แล้วซิ นกพริกน้ำปลา ทั้งเค็มทั้งเผ็ด
 


  คำตอบที่ 42  
 


นกอิสระ
17 ก.ค. 50
เวลา 17:11:20
เช้าวันเสาร์ที่เจ็ดเดือนเจ็ดปีสองศูนย์ศูนย์เจ็ด ระหว่างทางที่จะถึง อช.ตาพระยา มีสถานที่ที่น่าจะเยี่ยมเยือนหลายที่มาก ทั้งละลุ ปราสาทเขาโล้น (แต่เราก็ไม่เข้าไปเยือน) ถึง อช. ตาพระยา ก็ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ ได้รับการต้อนรับและพูดคุย (ข้อมูลเพียบ และของติดไม้ติดมือมาคนละหอบ - เสื้อสวยมาก) จนท. ชักชวนและคะยั้นคะยอให้ไปดูร่องรอยกระทิงโทน ที่มาเดินกร่างท้ายอุทยาน แต่น่าเสียดายที่เราไม่เห็นตัว เห็นแต่รอยตีน เราตกลงกันว่า เราจะเข้าไปกางเต๊นท์ที่หน่วยย่อย ลึกเข้าไปอีกประมาณ 13 กม. น่าจะได้ แล้ว แล้วตอนบ่ายแก่ๆ ประมาณ 4-5 โมงเย็น เราจะออกมาที่หน่สยใหญ๋อีก เพื่อตามดูกระทิงโทนตัวนั้น แล้วคืนนี้เราจะส่องกระทิกัน ตื่นเต้นมาก
 


  คำตอบที่ 43  
 


นกอิสระ
17 ก.ค. 50
เวลา 17:35:27
ระหว่างลำน้ำแสดงภาพ ก็คุยต่อแล้วกันนะ
ทางที่จะเข้าหน่วยย่อย เป็นดินลูกรังสีแดงๆ มีผีเสื้อเยอะมาก มาถึงที่ทำการหน่วยย่อย ได้รับข่าวว่ามีน้องๆจำนวนมากมาพักกันที่นี่ เราก็เลยไปหาทำเลที่คาดว่าน่าจะห่างไกลจากบุคคลอื่น (คือเรากลัวเราทำเสียงดังทำให้บุคคลอื่นหมั่นไส้) ได้ทำเลเหมาะถนัดใจลานใต้ต้นโพธิ์ (น่าจะใช่นะ) ก็จัดการกางเต๊นท์ และทำรีบอาหารกลางวัน (เมื่อเวลาประมาณ 15 น. ) เพราะเรามีนัดกับเจ้าหน้าที่หลังจากนี้อีก 1-2 ชม. จะไปดูกระทิงกัน ช่วงที่เรากำลังกิน ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่น่าประทับใจเกิดขึ้นนิดหน่อยมาแย่งซีนอารมณ์ พอสรุปกันได้ ณ ที่นี้ว่า การศึกษาไม่ช่วยให้คนมีวิจารณญาณ (คุณลำน้ำว่า งมงาย) คนเราควรรู้จักการเจรจา รู้จักที่จะก้าวถอยหลังเพื่อที่จะได้ในสิ่งที่ต้องการ เอาเป็นว่า แล้วเราก็ผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ โดยที่เราเก็บข้าวของเพื่อย้ายออกมากางเต๊นท์กันที่สนง. ที่ทำการ อช. ด้านนอก
เมื่อเราได้ที่พักสำหรับคืนนั้น แต่เป็นที่น่าเสียดายที่กระทิงโทนตัวนั้นไม่ลงมาหากินที่ท้ายอุทยาน ได้ยินว่าเพราะว่าเจ้าหน้าที่เผาขยะแล้วมันตกใจจึงวิ่งเตลิดเข้าป่าไป แต่น่าจะกลับมาในอีกไม่กี่วันเมื่อมันหายตกใจแล้ว แต่ไม่เป็นไรเพราะว่าคืนนี้เราจะเข้าแดนกระทิง โปรดอดใจรอ
 


  คำตอบที่ 44  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 9:08:35
ขอขอบคุณพี่นก ( พริกน้ำปลา ) มากนะครับที่ช่วยกรุณาลงเรื่องราวเข้ามาเสริมทัพด้วยถ้างั้นผมขอขึ้นภาพที่
อช. ตาพระยา ตามที่พี่นกอิสสระเอื้อนเอ่ย ต่อจาก คต.ที่42
 


  คำตอบที่ 45  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 9:09:57
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ตาพระยา
 


  คำตอบที่ 46  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 9:52:38
ลำน้ำมีรูปถ่ายกระทิงโทน ตัวนั้น หรือเปล่า ช่วยแสดงภาพความแข็งแรงของร่างกายกระทิงให้ดูเรียกน้ำย่อยด้วยค่ะ จะขอบพระคุณมาก เป็นกระทิงที่ยึดครอง สนง. อช. ตาพระยา
 


  คำตอบที่ 47  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 10:16:14
ได้เลยครับพี่นก พี่ขึ้นเรื่อง ผมนำภาพตามนะครับ
 


  คำตอบที่ 48  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 10:20:51
กระทิงหนุ่มตัวนี้มีรูปพันธุ์ที่สูงใหญ่ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เขาโค้งสวยงามเข้ารูป น้ำหนักอยู่ที่ 800 - 900 กิโล
ภาพที่คต.47 พี่เจ้าหน้าที่ถ่ายได้ในเวลา เช้าของวันที่ 7 กรกฎาคม 50 ครับ
 


  คำตอบที่ 49  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 10:22:30
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติตาพระยา
 


  คำตอบที่ 50  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 10:26:30
ภาพนี้พี่เจ้าหน้ากำลังอธิบายถึงแนวขอบเขตของอุทยานฯ และแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าให้เราได้เกิดความรู้
ความเข้าใจก่อนที่เราจะเข้าเที่ยวชมในจุดต่างๆ ผมว่าทุกๆที่ และทุกๆอุทยานฯน่ะครับ ถ้าเราได้ศึกษาหาข้อมูลก่อนก็จะทำให้เราได้เกิดความเข้าใจ ในลักษณะพื้นที่ของผืนป่า ลักษณะภูมิประเทศ
 


  คำตอบที่ 51  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 10:28:01
ส่วนภาพนี้ ต่อเนื่องมาจากการศึกษาจากแผนที่ ก็มีดูโมเดลจำลองครับ จะทำให้เราได้เห็นภาพใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้นไป
 


  คำตอบที่ 52  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 10:31:25
ภายในที่ทำการฯ จะบอกเล่าเรื่องราวได้ต่างๆมากมาย จากพี่พี่เจ้าหน้าที่น่ารักทุกท่าน และยังมีการจัดแสดงบอร์ดแหล่งศึกษาให้ความรู้ ประวัติความเป็นมา การก่อตั้ง สิ่งที่น่าสนใจ และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆน่ะครับ
 


  คำตอบที่ 53  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 10:34:42
พี่พี่เจ้าหน้าพร้อมที่จะให้ข้อมูลและนำพาคณะต่างๆไปเที่ยวชม ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า ดั่งเพื่อนสนิทมิตรสหาย เต็มใจในบริการ เต็มที่กับความต้องการของนักท่องเที่ยวครับ
 


  คำตอบที่ 54  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 11:02:18
จากนั้นเราจะนั่งรถย้อนกันไปประมาณ 700 เมตรครับ เพื่อเข้าสู่หน่วยพิทักษ์ฯกลางดง จุดหมายแรกคือ เขายักษ์
( พี่นกพริกน้ำปลาครับ ต่อได้เลยนะครับพี่ )
 


  คำตอบที่ 55  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 11:38:45
โอเค ทีมเราแน่นปึก
เย็นนั้นหลังจากแห้วจากกระทิงหนุ่ม (แต่เราเจอกระเทยสาว 2 หน่วยที่มองหนุ่มในรถของเราจนน่ากลัว) เราก็มาพักผ่อนตามอัธยาศับ (แม่ครัวทำอาหารเย็น อีกแล้ว) พอพระอาทิตย์ตกดิน เวลาซักประมาณไม่เกิน 2 ทุ่ม ก็เตรียมตัวพร้อมเข้าแดนกระทิง (ดุ) จนท. บอกว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่สิบนาที เจออยู่กลุ่มหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจาก อช. เท่าไร คืนนี้เราได้พบปะหน้าตา เนื้อตัวเป็นๆ ของกระทิงแน่นอน
มีเหตุการณ์ให้เราตื่นเต้นนิดหน่อยขั้นเวลา รถของ จนท. สตาร์ทไม่ติด พยายามเท่าไรก็ไม่เดินเครื่อง จนกระทั่งได้กำลังกายของหลายหนุ่ม (แท้) ทั้งผลักทั้งดัน จึงได้รถมาปฏิบัติหน้าที่พาเราไปเที่ยวแดนกระทิง จนท. บอกว่าให้รออีกซักประมาณ 30-45 นาที ที่ อช. ก่อน เพราะว่า จนท. เพิ่งจะขับรถออกมาจากหน่วยย่อยและเจอกระทิงโดยไม่คาดหมาย จึงต้องรอให้กระทิงเรียกขวัญของตัวเองกลับมาก่อน ระหว่างรอเราก็นั่งชมดาวกันในความมืด ขอบอกว่าดาวสวยมาก ถึงมากที่สุด เต็มท้องฟ้า ไม่มีเมฆบัง บางคนชมดาว บางคนนั่งหลับ (ไม่เข้าใจหลับได้อย่างไร งานนี้ท่านพี่หมอหลับตลอด หลับได้ทุกสถานการณ์เมื่อนั่งบนรถ ไม่ว่ารถกำลังแล่น หรือรถจอดสนิท)
 


  คำตอบที่ 56  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 12:05:19
ประมาณ 3 ทุ่ม พวกเราเริ่มเดินทางออกจาก อช. จนท. พาเราขับรถย้อนทางกลับไปที่หน่วยย่อย ระหว่างทางมีแต่ความเงียบ และความมืด มีเงาตะคุ่มๆของต้นไม้ กับแสงสว่างจากไฟฉาย(แรงสูง) ที่ จนท. ส่องขึ้น ลง ซ้าย ขวา ให้เราดูสัตว์ตามทาง พร้อมเสียงอธิบายของ จนท. ไม่นามนักเราเจอกระทิงตัวแรกอยู่ในพุ่มไม้ ทางขวามือ เห็นแต่แสงจากตา 2 ดวงของกระทิงเป็นสีแดง กับเงาดำๆ สันนิฐานว่าเป็นโครงหน้ากระทิง ยังไม่ชัดดีเท่าไร กระทิงขี้อายก็มุดหลบพุ่มไม้ไปซะแล้ว (บางคนยังมองไม่เห็นด้วยซ้ำ มัวแต่ถามว่าไหน อยู่ไหน) ลำน้ำอาจจะจับภาพดวงตาคู่นั้นได้ ผ่านไปอีกอึดใจ ทางซ้ายมือ เจออีกหนึ่งตัว คราวนี้เห็นตาสีแดงชัดเจน เห็นเขาโง้งๆ และก็หน้ากระทิงพุ่มไม้ จนท. ส่องไฟไปมา เพื่อให้เราเห็นได้ถนัด แต่บางคนอาจจะโดนกิ่งไม้ใบไม้บังสายตาก็มองไม่เห็น (เข้าใจว่า คุณน้องลำน้ำจับภาพกระทิงตัวนี้ได้) คนอื่นเป็นไงไม่รู้ แต่เราตื่นเต้นมาก พยายามทั้งเพ่งทั้งมอง เพื่อให้เห็นได้ทั้งตัว แต่เพราะรอบด้านมืดและพุ่มไม้หนาเกินไป เราจึงมองไม่ถนัดนัก เห็นแต่หน้า เขา และ ตาสีแดง
ระหว่างทาง จนท. จอดรถเป็นพักๆ แต่เราไม่เห็นอะไรนัก นอกจากความมืด จนท. บอกว่ากระทิงเพิ่งจะลงมา เราเลยต้องเลยจุดนั้นไปก่อน เพื่อที่จะย้อนกลับมาอีกครั้ง ซักพักใหญ่ๆ เราเข้าไปตามทางที่เป็นหอดูกระทิง เข้าไปไม่นานประมาณ 2-3 นาที ก็เจอแล้ว ตัวใหญ่มาก สูงมาก กำลังลับเขากับต้นไม้ (เราว่าได้ยินเสียงหายใจของมันด้วยนะ เพราะเราอยู่กันใกล้มาก เห็นในระยะประมาณ 5 เมตร ใกล้มากเกือบจะเอามือไปตีตูดกระทิงได้) ตอนแรก จนท. คิดว่ามี 2 ตัว และกำลังจะสู้กันอยู่ แต่เมื่อส่องไฟใกล้ๆแล้ว เห็นว่ามีตัวเดียวกำลังลับเขาอยู่ ความสูงขนาดรถปิคอับ 4 wheel ที่เรากำลังนั่งและยืนอยู่ เป็นตัวแรกที่เห็นเกือบทั้งตัว (มองไม่เห็นหาง เพราะโดนพุ่มไม้และความมืดบังอยู่) เราชื่นชมกระทิงตัวนั้นซักพัก จนท. ก็พาเราไปต่อให้พ้นกระทิงที่เริ่มจะหงุดหงิดเพราะมีไฟมาส่องหน้า ระหว่างทางลึกเข้าไปเรื่อยๆ เราไม่เห็นกระทิงอีก แต่ จนท. บอกว่าได้ยินเสียงทางซ้ายบ้าง ขวาบ้าง กระทิงกำลังออกมา อยู่ในพุ่มไม้ ตัวสุดท้ายที่เราเห็นถนัดๆอย่างชัดเจน ขณะกำลังกลับออกมา เห็นกระทิงโทนตัวหนึ่ง อยู่บริเวณทุ่งหญ้าทางซ้ายมือของเรา เห็นทั้งตัวเลยตอนนี้ จนท. บอกว่าเป็นตัวเดียวกับที่เราเห็นมันลับเขาอยู่ มันเดินลงมาทางทุ่งหญ้า ตัวใหญ่มาก สีดำทั้งตัว ตาสีแดง เขาโง้ง เราเฝ้ามองจนมันค่อยๆเดินหายลับไป เราก็แยกตัวออกมาเพื่อที่จะขับรถกลับไปดูบริเวณอื่นต่อ
 


  คำตอบที่ 57  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 12:11:53
ขอประทานอภัยครับพี่นกน้ำปลาพริกครับ พี่ลืม เขายักษ์ และ ป่าสลัดได แล้วเหรอครับท่านพี่
 


  คำตอบที่ 58  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 12:14:47
คืนนั้นเรากลับมาถึง อช. ประมาณ 5 ทุ่ม ภารกิจดูกระทิงตอนกลางคืนประสบผลสำเร็จ และทำให้เรามั่นใจว่า ในกลุ่มเรานี้ไม่มีตัวนำโชคร้าย เหลืออีกอย่างที่เราต้องทำให้ภารกิจการมาครั้งนี้ของเราสำเร็จ ในวันพรุ่งนี้คือ ไปเฝ้าดูกระทิงโทนที่ท้าย อช. จนท. บอกว่ามันจะมาเดินกร่างหากินตอนประมาณ ตี 5 ถึง 6 โมงเช้า OK พรุ่งนี้เช้าเจอกัน ตอนนี้เราขอนอนเอาแรงก่อน ขณะที่เพื่อนในกลุ่ม นั่งล้อมวงกินกระท้อนแช่อิ่ม (กระท้อน ตามมาหลอกหลอนตั้งแต่กลางวันจนถึงกลางคืน และทำให้เราไม่ได้กินถั่วเขียวต้มน้ำตาล)
 


  คำตอบที่ 59  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 12:16:17
เอาเป็นว่าผมขออนุญาตต่อจาก การออกจากอุทยานจะไปดู เขายักษ์ ก่อนนะครับพี่
....ออกจากศูนย์บริการฯ ก็ย้อนกลับเส้นทางเดิมประมาณ 700 เมตร เขาสู่หน่วยพิทักษ์ฯกลางดง แต่ก่อนถึงหน่วยพิทักษ์ฯกลางดงนั้น เราจะต้องผ่าน สิ่งที่น่าสนใจอยู่ด้วยกันสองจุดครับ จุดแรกที่เราจะแวะเข้าไปดูนั้น เรียกว่า เขายักษ์
 


  คำตอบที่ 60  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 12:18:45
ยังไม่ลืม แต่ขอเล่าเรื่องกระทิงก่อน กำลังอิน เดี๋ยวกลับมาคุยเรื่องป่ายักษ์ กับสลัดได (ชื่อน่ากินมา) ขอกินกลางวันก่อน หากน้องลำน้ำจะเริ่มปล่อยภาพสวยๆล่ะก็ จัดการได้เลย
 


  คำตอบที่ 61  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 12:19:21
เป็นภาพแกะสลักบนก้อนหิน ที่มีขนาดใหญ่ รูปคล้ายคลึงกับฤาษี เป็นภาพแกะสลักโบราณ
 


  คำตอบที่ 62  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 12:20:59
อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเองนะ....ดูดูไปแล้วก็คล้ายๆกับ องค์จตุคามรามเทพ อยู่เหมือนกันนะครับนี่
 


  คำตอบที่ 63  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 12:24:45
เส้นทางเข้าไปชมเขายักษ์ เป็นเส้นทางดินลูกลัง แคบน่ะครับ ประมาณว่านั่งไปหัวสั่นหัวคอนกันไปเลย แต่รถก็สามารถเข้าถึงครับ จากจุดจอดรถก็ได้เดินให้หายเมื่อยสักหน่อยไม่ไกลครับ เล็กน้อยเท่านั้น ถ้าไงผมขอติดค้างเรื่องของข้อมูลเขายักษ์ไว้นะครับ ถ้าหาได้แล้วจะนำมาบอกกัน....
 


  คำตอบที่ 64  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 12:56:08
เดินทางออกจากเขายักษ์ มุ่งย้อนกลับสู่ ป่าสลัดได อยู่ไม่ห่างกันครับ

.............................................................ป่าสลัดได...........................................................................................
.........สลัดได Euphorbia antiquorum Lim.......ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae.........................................
..........ชื่อท้องถิ่น กะลำพัก หงอนงู เคียะผา.
ต้นสลัดไดเป็นไม้พุ่ม ลักษณะลำต้นคล้ายคลึงกับต้นตะบองเพชร มักจะพบในพื้นที่แห้งแล้ง ลำต้นอวบน้ำเป็นแท่งมีสีเขียว ลักษณะของกิ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมตามแนวสันหรือเหลี่ยมจะมีหนามแข็ง 1 คู่ ใบเรียงสลับรูปไข่กับขนาดเล็ก ดอกช่อสั้น ใบประดับมีสีเหลือง ผลแห้งแตกได้ สำหรับต้นที่มีอายุมากๆหรือแก่จัดจะมีแกนแข็งอยู่ภายในลำต้นเมื่ออายุประมาณ 10 ปีขึ้นไปต้นจะมีการเปลี่ยนสี แต่แกนแข็งๆยังอยู่ มีลักษณะเหมือนไม้แห้งสีน้ำตาล
มีกลิ่นหอมและรสขม เรียกว่า กะลำพัก.

ข้อแตกต่างที่สามารถสังเกตุได้ระหว่าง กระบองเพชร กับ สลัดได คือ
สลัดไดจะมีน้ำยางสีขาวขุ่นๆเมื่อทำให้เกิดบาดแผลและน้ำยางจะไหลออกมาทันที แต่กระเพชรไม่มีน้ำยาง นอกจากนั้น ดอกของสลัดไดจะมีขนาดที่เล็ก ในขณะที่ดอกของกระบองเพชรจะมีขนาดที่ใหญ่กว่ามาก และมีกลีบดอกจำนวนมากเรียงสลับซ้อนกัน

ยางของสลัดได...นั้นมีพิษหากเกิดสัมผัสกับผิวหนัง อาจจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง เป็นผื่นคันได้ แต่ในตำรายาไทยหรือยาแผนโบราณได้กล่าวว่า..ถ้านำน้ำยางของสลัดไดมากัดหูดตามผิวหนัง ก็จะทำให้หูดนั้นหายไป
.....แต่ผลการวิจัยในปัจจุบันพบว่า สลัดไดมีสารร่วมก่อมะเร็งในน้ำยาง จึงไม่ควรนำมาใช้.
.....วิธีการกระจายพันธุ์ ทำได้โดยวิธีปักชำครับ.
 


  คำตอบที่ 65  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:07:57
ป่าสลัดได
 


  คำตอบที่ 66  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:08:36
ป่าสลัดได
 


  คำตอบที่ 67  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:18:30
ป่าสลัดได
 


  คำตอบที่ 68  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:19:42
ป่าสลัดได
 


  คำตอบที่ 69  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:20:46
เราได้เดินแยกย้ายกัน ศึกษาถึงความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของป่าสลัดได
 


  คำตอบที่ 70  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:22:37
ต่างคนต่างดู ต่างคนต่างดูต่างความคิด ต่างคนต่างดูต่างความคิดต่างจินตนาการ
 


  คำตอบที่ 71  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:26:01
ข้อมูลเพิ่มเเตม เขายักษ์สันนิษฐานว่าภาพสลักนี้อาจเป็นรูปพระศิวะ โดยเหตุที่มีเพศเป็นฤาษี คือไว้ผมมวย ถือประคำ และปรากฏตรีศูลซึ่งเป็นอาวุธของพระศิวะด้วย หรือไม่เช่นนั้น ก็อาจเป็นภาพของฤาษีผู้บำเพ็ญเพียรในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกายที่นับถือพระศิวะก็เป็นได้ ส่วนชาวบ้านแถบนี้แต่เดิมแลดูว่าภาพนี้เป็นยักษ์ จึงเรียกกันต่อๆ มาว่า "เขายักษ์" รายละเอียดหาได้จาก http://www.muangboranjournal.com/modules.php?name=Sections&op=printpage&artid=26
 


  คำตอบที่ 72  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:34:02
ตอนจะกลับเราได้ยื่นมองดูด้วยความสงสัยในสิ่งที่ธรรมชาติได้สรรสร้างด้วยครับประทับใจ...แต่แล้วน้ากบแกก็กันเหลือบแหงนมองไปเห็น เจ้างูเขียวหางไหม้เข้า ทั้งขนาดลำตัว สีสรรค์ที่กลมกลืนกับสลัดได มันทำให้พวกเรารู้สึกนึกเสียวขึ้นมาทันทีที่รู้ว่า มันนอนขดอยู่ ด้วยสายตาที่จ้องมองพวกเรา แต่ที่สำคัญคือมันอยู่เหนือหัวเราขึ้นไปนิดเดียวเอง....อุ้ยเสียวโว้ยยย....
 


  คำตอบที่ 73  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:35:33
ต้นสลัดได ดูแล้วเหมือนมนุษย์ต่างดาว ที่มีตัวยาวๆ แขนขา ยาวๆ ไม่สมประกอบ หักๆ บิดๆ เบี้ยวๆ มีปูด โหนก นูนยื่นทางนี้ทางนั้น ไม่เป็นระเบียบ มีคนตาดีมากเห็นงูเขียวหางไหม้บนต้นสลัดไดด้วย ไม่รู้เห็นได้อย่างไร ต้นไม้ก็สีเขียว งูก็สีเขียว เราพยายามเพ่ง มอง ดู ทั้งซ้ายทั้งขวา ก็ไม่เห็น
 


  คำตอบที่ 74  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:36:39
สมกับเป็นทีมแน่นปึกจริงๆเลยทริปนี้ ขอบคุณมากครับพี่นก สำหรับข้อมูลดีดีที่หามาให้เราได้รับรู้กัน
 


  คำตอบที่ 75  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:41:01
ตอนนี้ที่สำนักงาน ไทยทริปฟอร์ยู มีลมฝนกรรโชกแรงมาก เสียงฟ้าร้องลั่น ผมคงคาดว่าจะขอติดไว้ก่อนนะครับ รอให้ฟ้าฝนเป็นใจ หรือเงียบสงบลงอีกสักหน่อย แล้วจะกลับมาโพสต์ต่อนะครับ
( คือว่า กลัวฟ้าฝนมัน เปรี้ยง...ลงคอมหน่ะครับ ยิ่งด้านหลังเป็นท้องทุ่งแบบบ้านนอกๆอยู่ด้วย ) เดี๋ยวเจอกันใหม่
 


  คำตอบที่ 76  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 13:59:26
เช้าวันอาทิตย์ ตื่นขึ้นมาประมาณ 7 โมง นึกได้ว่าต้องตามไปดูกระทิงหนุ่มโสด ก็เลยเดินไปที่ท้ายอช. เจอน้องลำน้ำนั่งเฝ้ารอกระทิง เมื่อถามได้ความว่า เดินมาเฝ้า 2 รอบแล้ว แต่กระทิงไม่มาตามนัด (ถ้าเปลี่ยนกระทิงมาเป็นสาวๆล่ะ) อากาศที่ชายป่าท้ายอุทยานสดชื่นมาก อากาศสบายๆ เคล้าด้วยเสียงข่าวชาวบ้านดังจากวิทยุที่ จนท. เปิดทิ้งไว้เป็นเพื่อน มีสิทธิ์หลับได้อีกหลายตื่น เราเฝ้าดูไม่นานนัก ก็ยังไม่เห็นแม้เงาของกระทิงหนุ่ม ก็เลยกลับมาที่ที่กางเต๊นท์ สอบถามได้ความว่าทุกคนก็ตื่นไปเฝ้ากระทิงเหมือนกัน (ต่างคนต่างวาระ) แต่ไม่มีใครโชคดีได้รับนัด แห้วกันทุกคน จนท. บอกว่ามันคงยังไม่หายตกใจ (อะไรขวัญจะอ่อนประมาณนั้น) ก็เลยตกลงทำกิจกรรมของเราไปตามปรกติ เตรียมอาหารเช้า และเตรียมเก็บข้าวของ ย้ายถิ่นกันต่อไป
ข้อเตือนใจ การกระทำของเราทุกอย่างแม้ทำไปด้วยความไม่รู้ หรือไม่ตั้งใจ ก็ยังไปทำร้ายสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้ตลอดเวลา ไม่รู้อีกนานเมื่อไรกระทิงตัวนี้จะหายตกใจและกลับมาอยู่ที่เดิม
ขอบอกกล่าวกันนิด ตรงข้าม อช. มีสำนักสงฆ์ตั้งอยู่ ตอนเช้าๆ จะมีพระมาบิณฑบาตร หากใครไปพักที่ อช.ตาพระยา และอยากตักบาตรในวันพักผ่อน ก็เตรียมของไปด้วยก็น่าจะได้ เช้าวันนั้น เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับเรา พระเดินมาโปรดสัตว์กับเราแล้ว แต่เราไม่มีอะไรเลย ทั้งสตางค์ หรืออาหาร มีแต่ขวดน้ำที่ดื่มไปแล้ว ส่วนตอนสายๆ จะมีรถเข้ามาขายอาหารผัก และของสดประกอบอาหาร หากเสบียงหมด ก็รอซื้อเพิ่มเติมได้ ราคาเป็นกันเอง ถูกมาก เช้าวันนี้เราได้ผักบุ้งมาผัดไฟแดง และมะเขือเปาะมาใส่แกงเขียวหวานไก่ ในราคาเพียง 10 บาท หลังอาหารเช้าเราก็เตรียมตัวจะกลับกรุงเทพ ร่ำลา ขอบคุณ จนท. และเดินทางออกจาก อช.ตาพระยาด้วยหัวใจที่เต็มอิ่มกับธรรมชาติ และไมตรีดีๆจาก จนท.
 


  คำตอบที่ 77  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 14:24:30
ขณะรอลำน้ำแสดงภาพสวยๆ เราก็คุยกันต่อก็แล้วกันนะ
ออกจาก อช. ก่อนเที่ยง เราแวะกันที่ปราสาทเขาโล้น อยู่ไม่ไกลจาก อช. เป็นทางผ่านตามเส้นทางกลับ กทม. ปราสาทตั้งอยู่บนยอดเขาโล้น เป็นยอดเขาเตี้ย ๆมีตัวปราสาท เป็นซากปรักพักพัง และมีการสร้างศาลาติดกับปราสาท มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ลักษณะปราสาทก่อด้วยอิฐเผามีหินทรายเป็นพื้นฐานมีส่วนชำรุดที่ยอดของปราสาท ที่กรอบประตูหินทรายมีจารึกด้วยอักษรโบราณ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวปราสาทมีสระน้ำขนาดใหญ่ ๒ แห่ง และมีแนวถนนโบราณทอดยาวจากตัวปราสาทถึงสระน้ำ รอบ ภูเขาลูกนี้มีร่องรอยเป็นหมู่บ้าน หรือชุมชนโบราณในอดีต (ข้อมูลการท่องเที่ยว จ. สระแก้ว) สำหรับพวกเรากันเองนักประวัติศาตร์ขาดๆเกินๆ (นำโดย พขร. กระเทยชายตามอง) สันนิฐานว่า ปราสาทนี้ตามศิลปะแบบขอม เพราะมีลักษณะการก่อสร้าง เช่น บันไดทางเดินขึ้นปราสาท มีบาราย เหมือนกับปราสาทอื่นๆที่กษัตริย์เขมรสร้างขึ้น เมื่อยุคโบราณที่เดินทางจากเขมรเพื่อไปตามเส้นทาง ก็จะสร้างสถานที่สักการะบูชาเทพเจ้าไว้ และปราสาทเขาโล้นเป็นสิ่งก่อสร้างส่วนหนึ่งในการเดินทาง (ข้อมูลพอใช้ได้ ความแม่นยำมากกว่า 60%)
 


  คำตอบที่ 78  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 14:50:30
ยังรอลำน้ำอยู่นะ
เราอยู่ที่ปราสาทเขาโล้นประมาณ 30 นาที (ลืมบอกว่าที่ปราสาทเขาโล้น มีวัดเล็กๆ อยู่ที่ทางเข้าปราสาทด้วย) เดินทางต่อมาที่ ละลุ ทางเข้าละลุหาไม่ยาก มีทางเข้า 2 ทางต้องหมุนหาทิศกันดีๆ ไม่งั้นหลงตามป้ายบอกทาง ถนนไปละลุสะดวกสะบายพอสมควร ลาดยางอย่างดี มีหลุมบ่อเป็นบางช่วง ละลุมีลักษณะเหมือน แพะเมืองผี เป็นดินทรายที่ยุบตัวเป็นรูปร่างต่างๆตามที่กระแสลมและน้ำกัดเซาะจะตกแต่ง ที่ดิน เป็นพื้นที่ของชาวบ้าน ซึ่งบางส่วนยังใช้ปลูกข้าว ดังนั้นเวลาเข้าชมจึงต้อง ระมัดระวังด้วย ตามข้อมูลว่าไว้ว่าช่วงเวลาที่ดีที่จะเที่ยวชม ละลุคือ ในตอนเช้าและตอนเย็นที่สามารถเห็นเสาดินเป็นสีทองได้ (มิน่าละเราไปถึงตอนเที่ยง - บ่ายโมง ร้อนมาก แดดกำลังจัด แต่ก็สวยไปอีกแบบตามประสาคนหรี่ตามอง)
เมื่อไปถึงสถานที่ติดต่อเข้าชม ต้องเสียค่าบริการด้วย เป็นค่ารถนำเที่ยวพร้อมพลขับที่ชำนาญทาง ทักษะการขับรถยอดเยี่ยม (โปรดรอดูภาพจากลำน้ำ เป็นภาพพลขับ และรถ ที่เท่มาก ต้องรถประเภทนี้เท่านั้น ถึงจะชมละลุได้ทั่วถึง และไม่มีสิ่งใดมาบดบังสายตา) และเนื่องจากป็นการจัดการของชาวบ้านกันเอง ที่ขาดแคลนการสนับสนุนจากหน่วยรัฐอย่างเต็มที่ จึงต้องการการสนับสนุนจากนักท่องเที่ยวและการบอกกล่าวกันต่อๆไป เป็นการโฆษณาปากต่อปาก แล้วอย่าลืมเข้าไปชมพิพิพิธภัณฑ์ และ ศูนย์ทอผ้าฝ้ายของชาวบ้านด้วยนะ อุดหนุนกันได้อย่างเต็มที่ ราคาสบายๆ
มีสิ่งเดียวที่รู้สึกทำให้เราและคณะคันๆในใจ คือเรื่องชาวบ้านกำลังขุดหาลูกปัดโบราณ ในพื้นดินที่นา มีการขุดเจอกระดูกที่เชื่อว่าเป็นของคนโบราณด้วย เอาแค่นี้ดีกว่ารายละเอียดอย่าไปรู้เรื่องของเขาเลย แค่นี้ทริปการท่องเที่ยวเราจะกลายเป็นทริปตามเส้นทางโบราณคดีกันอยู่แล้ว
 


  คำตอบที่ 79  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 15:02:21
ภาพสุดท้ายจากป่าสลัดไดครับ
 


  คำตอบที่ 80  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 15:05:45
ชื่นชมกับละลุ กันพอสมควร เก็บภาพสวยๆมาก็มาก ถึงเวลาที่จะเดินทางต่อ ระหว่างทางกลับ กทม. เราก็แวะกันตลอดทาง ได้ทั้ง แคนตาลูปสดจากไร่ น้อยหน่าราคาถูกแต่อร่อย หน่อไม้หวาน ระกำรสดี และลืมไม่ได้กระท้อนสดรสอร่อย อาหารกลางวันตามเพิงข้างถนนเมื่อเวลาประมาณบ่าย 3 โมง เพื่อนร่วมทางหลับๆตื่นๆกันเป็นระยะ (หลับเมื่อรถแล่น ตื่นเมื่อรถจอด) เรามาถึง บริเวณลานวัดหลวงพ่อโสธรเมื่อเวลาประมาณ 6 โมง เย็น กินข้าวต้มข้างทาง (อีกแล้ว) พร้อม ขนมจากย่างข้างถนน แล้วก็ถึงชานเมืองกรุงเทพฯ เพื่อแยกย้ายกลับบ้านตัวเองเมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่มของวันอาทิตย์ที่ 8 เดือน 7 เป็นที่น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่งว่า ตลอดระยะเวลา 3 คืน 2 วันที่เราอยู่กับการตะล่อนทัวร์ ตะลอนกิน เราไม่เคยเจอฝนแม้แต่เม็ดเดียว แต่พอเข้าเขตกรุงเทพเท่านั้นแหละ สายฝนต้อนรับเราอย่างชุ่มฉ่ำมาก ขอบคุณเพื่อนร่วมทางทุกคน และ น้ำใจไมตรีจากคนแปลกหน้าแต่ไม่แปลกใจที่พบกันตามสถานที่ต่างๆ เอาไว้เจอกันโอกาสหน้า
 


  คำตอบที่ 81  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 15:06:11
และนี่ก็เป็นภาพจากการที่พี่นกอิสสระของเราได้เล่าผ่านมาแล้ว ( อ่านเรื่องจากพี่นกอิสสระ..มาดูภาพจากลำน้ำ )

นี่เป็นภาพบริเวณด้านหลังของอุทยานฯตาพระยาครับ ที่ที่เจ้ากระทิงหนุ่มที่พี่นกกล่าวถึง ที่ที่ต้องทำให้ผมตื่นก่อนเสียงไก่ขัน ไปนั่งหนาวทั้งอากาศและสายลม กับคุณตาที่มีกระท่อมอยู่ด้านหลัง พร้อมเสียงวิทยุท้องถิ่นเปิดครอไปเบาๆ....
 


  คำตอบที่ 82  
 


ลำน้ำ
18 ก.ค. 50
เวลา 15:24:38
ผมเดินมาเฝ้ารอถึงสองรอบด้วยกัน ดีนะที่มีคุณตามานั่งคุยเป็นเพื่อนพอแก้หนาวไปได้เยอะ
 


  คำตอบที่ 83  
 


นกอิสระ
18 ก.ค. 50
เวลา 16:34:00
น่าเสียดายมากที่เราไม่สามารถนำภาพกระทิง ที่เราทั้งคณะพบเห็นตอนกลางคืนมาแสดงได้ เข้าใจว่าภาพไม่ชัด หรือไม่ก็มืดมากเกินไป (แต่เราเก็บภาพไว้ในสมองเรียบร้อยแล้ว)
 


  คำตอบที่ 84  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 12:27:25
ข้อมูลดีดี....เกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติตาพระยา
..........อุทยานแห่งชาติตาพระยา เป็นส่วนหนึ่งในเทือกเขาพนมดงรักตั้งอยุ่ในแนวทิศตะวันออกยาวไปจนถึงทางทิศตะวันตก หรือบริเวณของด้านทิศใต้ของที่ราบสูงโคราช มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 371,250 ไร่ หรือ 594 ตารางกิโลเมตร โดยครอบคลุมเนื้อที่ 2 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว และบุรีรัมย์ ได้รับการประกาศจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2539 และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 82 ของประเทศไทย
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯไปทางทิศตะวันออกประมาณ 380 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชา
..........อุทยานแห่งชาติตาพระยา ในอดีตเดิมเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในระหว่างปี พ.ศ. 2531
เคยอยู่ใต้อิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีการต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับผู้ก่อการร้ายของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จนเกิดความเสียหายอย่างรุ่นแรง ทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก
จนมากระทั่งปี พ.ศ. 2535 ภาครัฐได้ใช้ระบบการเมืองนำการทหาร ทำให้กองกำลังติดอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์ต้องยอมเข้ามอบตัว และแปลสภาพฐานะเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จึงได้มีความสงบสุขเกิดขึ้นบนพื้นที่นี้สืบมา

.........ลักษณะภูมิประเทศ
.........เป็นเทือกเขาสูงไปตามแนวเทือกเขาบรรทัดตลอดแนว จนไปถึงเทือกเขาพนมดงรัก เป็นแนวเขตติดต่อระหว่างไทยกับสาธารณรัฐกัมพูชาประชาธิปไตย ตั้งแต่หลักเขตประเทศที่ 24 ถึง หลักเขตที่ 28 วางตั้งในแนวทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 206 - 579 เมตร
โดยมียอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาพรานนุช บริเวณที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงโคราช ซึ่งมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 100 - 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ประกอบด้วย เขาวง เขาสะแกกรอง เขาบรรทัด เขาเนินหิน เขาพนมแม่ไก่ เป็นต้นน้ำลำธารของลำสะโดน ห้วยซับ กระโดน ลำนางรอง ลำจันหัน ห้วยตรุมะเมียง ห้วยแห้ง ห้วยละหอกพลวง ห้วยดินทราย ห้วยนาเหนือ ห้วยพลู และห้วยเมฆา.

.........ลักษณะภูมิอากาศ
.........สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปนี้มักอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมในช่วงฤดูลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้มีฤดูกาล 3 ฤดู ได้แก่...
ฤดูร้อน...เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนเมษายน
ฤดูฝน.....เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศภาคม ถึง เดือนตุลาคม
ฤดูหนาว...เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนมกราคม
โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดประมาณ 39.8 องศาเซลเซียส และเฉลี่ยต่ำสุด 14.5 องศาเซลเซียส

.........แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ..........
1. จุดชมวิวเทือกเขาพนมดงรัก ณ.จุดนี้จะมองเห็นเทือกเขาพรานนุช และเทือกเขาสะแกกรองและจุดชมวิวแห่งน้อยู่ห่างจากศูนย์บริการ ประมาณ 3 กิโลเมตร.
2. ละลุ ที่ที่ถูกการชะหน้าดินที่ใช้เวลานาน จนทำให้เกิดประติมากรรมธรรมชาติโชว์ให้เห็นทั่วไปในเขตอุทยานฯ
3. ป่าสลัดได พืชที่มีลักษณะคล้ายต้นตะบองเพชรมีความสูง 10-15 เมตร อยู่บริเวณทางเข้าหน่วยพิทักษ์ฯกลางดง หรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิโลเมตรที่ 5.
4. เขายักษ์ เป็นก้อนหินที่มีขนาดใหญ่ มีจุดสนใจที่มีภาพแกะสลักโบราณคือรูปฤาษีแกะสลักตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับป่าสลัดได.

........กิจกรรมการท่องเที่ยว
.....กิจกรรมขี่จักรยานชมทิวทัศน์ สองข้างทาง.
.....กิจกรรมยามค่ำคืน ส่องสัตว์ ดูดาว.
.....กิจกรรมดูนก ที่มีหลากชนิด.
.....ในช่วงฤดูฝนมีผีเสื้อมากมายกว่า 100 ชนิด.


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่....
สถานที่ราชการ อุทยานแห่งชาติตาพระยา ตู้ ปณ.9 ปทจ. โนนดินแดง อ. โนนดินแดง จ. บุรีรัมย์ 31260.
หรือทางเว็ปไซด์ http://www.dnp.go.th
 


  คำตอบที่ 85  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 12:31:00
( ต่อจากการเล่าเรื่องของ คต.ที่77 ) ปราสาทเขาโล้นนะครับ ได้อ่านเรื่องเล่ากันแล้วคราวนี้ก็มาชมภาพกัน
 


  คำตอบที่ 86  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 12:32:21
เส้นทางเดินขึ้นเขาเล็กๆ ประมาณ 200 เมตร
 


  คำตอบที่ 87  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 12:33:12
ปราสาทเขาโล้น
 


  คำตอบที่ 88  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 12:34:10
ดูคล้ายๆกับสถานที่ประกอบพิธีกรรมอะไรสักอย่าง
 


  คำตอบที่ 89  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 12:35:13
มีแท่งหินอยู่ตรงกลาง...และมีรูตรงกลางเฉกเช่นกัน.
 


  คำตอบที่ 90  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 12:36:17
ภายในประสาทประดิษฐานพระพุทธรูป
 


  คำตอบที่ 91  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 12:37:40
องค์นี้อยู่ด้านหลังขององค์พระประธานครับ เป็นอุโมงแต่ปรับปรุงแล้ว
 


  คำตอบที่ 92  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 12:58:55
เดิมน่าจะมีภาพเหล่านี้ติดอยู่นะครับ แต่สิ่งที่เราเห็นอยู่นี้เป็นของใหม่ครับ
 


  คำตอบที่ 93  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 12:59:50
ปราสาทเขาโล้น
 


  คำตอบที่ 94  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 13:00:55
อิฐบางก้อนก็เป็นอิฐเก่า บางก้อนก็เป็นอิฐใหม่
 


  คำตอบที่ 95  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 13:01:44
ปราสาทเขาโล้น
 


  คำตอบที่ 96  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 13:02:26
ปราสาทเขาโล้น
 


  คำตอบที่ 97  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 13:04:10
จากนั้นเราก็เดินทางลงกลับจากปราสาทเขาโล้น ท่ามกลางแสงแดดที่แผ่จ้า
 


  คำตอบที่ 98  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 13:05:05
มุ่งหน้าไปกันต่อที่ ละลุ
 


  คำตอบที่ 99  
 


ลำน้ำ
19 ก.ค. 50
เวลา 13:06:29
อ่านเรื่องเล่าของละลุได้จากพี่นกอิสสระนะครับใน คต.ที่ 80 แล้วค่อยมาดูภาพ ละลุ จากผมกันต่อนะจ๊ะ
 


  คำตอบที่ 100  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 10:02:10
เราเข้ามาในตัวหมู่บ้านครับ ชื่อหมู่บ้านคลองยาง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว
รถจอดสนิทก็มีชาวบ้านบอกกล่าวให้พวกเราเดินเข้าไปดูพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านกันก่อนเลย ( ศึกษาด้วยตนเอง ) ภายในอาคารบริการนักท่องเที่ยว ก็ยังจะมีสินค้า OTOP
 


  คำตอบที่ 101  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 10:04:21
สินค้าที่เหล่าแม่บ้านคลองยางทำจัดจำหน่ายครับ น้ำยาล้างจาน แชมพู น้ำสมุนไพร ฯลฯ
 


  คำตอบที่ 102  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 10:05:21
อีกทั้งยังมีเครื่องจักรสาน งานฝีมือล้วนๆครับ
 


  คำตอบที่ 103  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 10:08:33
หรือจะเป็นกลุ่มทอผ้า ก็มีนะครับ ยังมีหมอนอิง หมอนขิก ที่สำคัญงานฝีมือแบบนี้ คุณภาพก็ดีแบบนี้ แต่ราคาถูกๆนะครับ ถ้าใครผ่านไปเวียนมา ก็แวะอุดหนุนซื้อหางานหัตถกรรมชาวบ้านคลองยางกันนะครับ...
 


  คำตอบที่ 104  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 10:11:07
ตอนนี้แดดร้อนเปรี้ยงปร้างมากเลยครับ....คุณลุงที่จะพาเข้าเที่ยวชม ละลุ ก็เตรียมพร้อมแล้ว ยานพาหนะเปิดประทุนก็พร้อม ไปครับ เราเข้าไปดูสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติกัน ละลุ
 


  คำตอบที่ 105  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 10:15:37
เริ่มเดินทางกันครับ....การเข้าชมมีทั้งหมดสามเส้นทางนะครับ เราเลือกใช้เส้นทางที่สอง ( อธิบายเส้นทางครับ )
...เส้นทางที่หนึ่ง คือ เส้นทางจากจุดจอดรถ มุ่งหน้าตรงเข้าละลุ โดยใช้เส้นทางหลังหมู่บ้าน ผ่านวัดคลองยาง
อัตราค่าบริการจะอยู่ที่ 120 บาท/เที่ยว.
 


  คำตอบที่ 106  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:25:48
...เส้นทางที่สองที่คณะของเราเลือกใช้ก็ คือ เริ่มจุดจอดรถที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวหมู่บ้าน นั่งรถอีแต๊กชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน จากนั้นก็ค่อยๆเริ่มเข้าสู่ ละลุครับ ใช้เวลาในการชมประมาณ 1 ชม.ถึง 1.30 ชม.
จากนั้นก็วิ่งเลาะเรียบคลองยาง ผ่านวัดคลองยาง ออกสู่ด้านหลังของหมู่บ้าน ถึงที่ทำการศูนย์บริการฯ
อัตราค่าบริการอยู่ที่ 200 บาท/เที่ยวครับ.
 


  คำตอบที่ 107  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:32:12
...ส่วนเส้นทางที่สาม คือ ( ยังไม่เป็นทางการดีนะครับ ) นั่งรถอีแต๊กวิ่งออกไปประมาณ 5 - 6 กิโล และใช้เวลาในการเที่ยวชม ละลุ ประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชม.น่ะครับ คุณลุงเล่าให้ฟังว่าที่นั้นจะสวย และมีหน้าต่างที่ใหญ่กว่า ( อันนี้ผมเองก็บอกไม่ได้นะครับว่า ....หรือป่าวเพราะผมเองยังไม่ได้เข้าชมสถานที่จริงๆ )
อัตราค่าบริการอยู่ที่ 500 บาท/เที่ยวครับ

...หมายเหตุ ทั้งสามเส้นทางผู้เที่ยวชมจะนั่งรถอีแต๊กได้ไม่เกิน 8 ท่านนะครับ......
 


  คำตอบที่ 108  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:35:12
เริ่มเดินทาง นั่งอีแต๊กอาบแดด....เข้าสู่ ละลุ
 


  คำตอบที่ 109  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:36:24
พื้นที่ในละลุส่วนใหญ่ชาวบ้านจะทำนากันครับ...มีต้นข้าวให้เห็นโดยทั่วๆไป
 


  คำตอบที่ 110  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:38:42
ท้องฟ้า ละลุ ต้นไม้ และท้องนาที่แห้งแล้ง
 


  คำตอบที่ 111  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:39:53
ละลุ ช่วงนี้เรานั่งอีแต๊กไปกันเรื่อยนะครับ......
 


  คำตอบที่ 112  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:40:41
ละลุ
 


  คำตอบที่ 113  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:41:26
ละลุ
 


  คำตอบที่ 114  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:42:12
ละลุ
 


  คำตอบที่ 115  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:42:58
ละลุ
 


  คำตอบที่ 116  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:45:25
ละลุ ( จากซ้ายไปขวา ) พี่นกอิสสระ หรือพี่นกพริกน้ำปลา, พี่หมอachai หรือพี่หมอมือมีด, ส่วนท่านสุดท้ายและท้ายสุด พี่สายป่าน หรือแม่ครัวร้อยเมนู
 


  คำตอบที่ 117  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:46:36
ละลุ
 


  คำตอบที่ 118  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:47:18
ละลุ
 


  คำตอบที่ 119  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:47:58
ละลุ
 


  คำตอบที่ 120  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:48:53
ละลุ
 


  คำตอบที่ 121  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:49:59
ละลุ
 


  คำตอบที่ 122  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:50:53
ละลุ
 


  คำตอบที่ 123  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:51:43
ละลุ
 


  คำตอบที่ 124  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:52:34
ละลุ
 


  คำตอบที่ 125  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:53:24
ละลุ
 


  คำตอบที่ 126  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:54:03
ละลุ
 


  คำตอบที่ 127  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:55:03
ละลุ
 


  คำตอบที่ 128  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:55:51
ละลุ
 


  คำตอบที่ 129  
 


ลำน้ำ
20 ก.ค. 50
เวลา 11:56:37
ละลุ
 


  คำตอบที่ 130  
 


ลูกพีช
20 ก.ค. 50
เวลา 15:28:32
ป่าไม้ ทิวเขา คงจะสวยงามน่าดู กระทิงไทยก็สง่างามมากๆ (เพิ่งจะมีเวลาเข้ามาชม) รอให้เจ้ากระทิงโทนหายตกใจเมื่อไร เราจะไปเยือน...
 


  คำตอบที่ 131  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:10:52
หายเงียบไปนานเลยนะครับคุณพี่ลูกพีช สบายกันดีนะครับ
 


  คำตอบที่ 132  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:13:31
ละลุ
 


  คำตอบที่ 133  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:14:35
ละลุ
 


  คำตอบที่ 134  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:15:36
ละลุ
 


  คำตอบที่ 135  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:16:28
ละลุ
 


  คำตอบที่ 136  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:17:21
ละลุ
 


  คำตอบที่ 137  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:19:04
ละลุ
 


  คำตอบที่ 138  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:19:59
ละลุ
 


  คำตอบที่ 139  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:21:05
ละลุ
 


  คำตอบที่ 140  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:24:38
ละลุ
 


  คำตอบที่ 141  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:25:33
ละลุ
 


  คำตอบที่ 142  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:26:14
ละลุ
 


  คำตอบที่ 143  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:27:12
ละลุ
 


  คำตอบที่ 144  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:28:00
ละลุ
 


  คำตอบที่ 145  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:29:01
ละลุ
 


  คำตอบที่ 146  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:30:44
ละลุ
 


  คำตอบที่ 147  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:31:37
ละลุ
 


  คำตอบที่ 148  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:32:29
ละลุ
 


  คำตอบที่ 149  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:33:22
ละลุ
 


  คำตอบที่ 150  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:34:45
ละลุ
 


  คำตอบที่ 151  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:35:35
ละลุ
 


  คำตอบที่ 152  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:36:26
ละลุ
 


  คำตอบที่ 153  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:37:46
ละลุ
 


  คำตอบที่ 154  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:40:01
นี่คืออาการเริ่มจะเป็นละลุน่ะครับ หน้าดินจะค่อยๆยุบจนเป็นหลุมลึก
 


  คำตอบที่ 155  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:42:30
การชะล้างของหน้าดิน เกิดขึ้นได้หลายอย่างนะครับ สายฝน สายลม และแสงแดด ทำให้เริ่มค่อยๆขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆออกไป
 


  คำตอบที่ 156  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:44:25
แล้วหน้าดินก็ค่อยถล่มลงมาครับ
 


  คำตอบที่ 157  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:45:48
แล้วจึงค่อยๆเกิดเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า ละลุ
 


  คำตอบที่ 158  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:48:05
ละลุ
 


  คำตอบที่ 159  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:49:03
ละลุ
 


  คำตอบที่ 160  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 9:50:50
ละลุ
 


  คำตอบที่ 161  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 10:01:01
....เราใช้เวลาในการนั่งรถชมละลุราวๆเกือบสองชั่วโมงนะครับ จากนั้นพวกเราก็เดินทางกลับไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ไปนั่งพูดนั่งคุยกับคุณลุงที่ดูแลให้ชาวบ้านได้มีอาชีพทีไม่ต้องเดินทางออกไปในต่างถิ่น สนับสนุนให้ชาวบ้านได้มีการดำเนินวิถีชีวิตอย่างพอเพียง โดยนำเสนอสิ่งที่พวกเขามีอยู่ในทางที่สร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ให้ได้มากที่สุด การกินอยู่ วิถีแห่งหนทาง ครอบครัว ชุมชน ต่างก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มันเป็นความสุขที่งอกเงยได้...ถึงแม้มันจะงอกเงยมาไม่ใช่เม็ดเงินก็ตามเถอะ แต่สิ่งที่งอกเงยนั้นคือ ความสุข การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
 


  คำตอบที่ 162  
 


ลำน้ำ
21 ก.ค. 50
เวลา 10:08:01
.........เริ่มด้วยการจัดหาทริป การรวมตัว เป้าหมาย การเดินทาง...บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยสีเขียว ดอกไม้ที่เริ่มเบ่งบานด้วย...เสียงหัวเราะ ผืนป่าประทับใจไปด้วย....รอยยิ้มและความประทับใจ ทุกทุกครั้งที่เราเดินทางมักจะมีแต่สิ่งดีดีที่เกิดขึ้นไปร่วมกัน ไม่ว่าเราและเขาจะทำงานอะไร ที่ไหน...แต่ทุกครั้งที่ได้เจอ ก็มีแต่ไมตรีเสมอมา..
.....ทริปนี้ก็จบลงด้วยแต่สิ่งดีดี ได้รับรู้ และเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถจะพูดออกมาได้ มันได้แต่จุกอยู่ในสมอง อก และปาก เพราะกลัวว่ามันบอกไปแล้วอาจจะดีหรือไม่ดี...ก็เป็นได้
.....แล้วพบกับสมาชิกของเรา ในทริปบันทึกสัญจรต่อๆไปกันได้ในครั้งต่อไปนะครับ...................ลำน้ำ สวัสดี.......
 


  คำตอบที่ 163  
 


จั๊กจั่น
5 ส.ค. 50
เวลา 14:24:19
รูปสวยอีกแย้วลำน้ำ ชอบ ๆ ๆ ๆ ๆ
 


  คำตอบที่ 164  
 


พระพราย
5 ส.ค. 50
เวลา 17:30:51
กระทิงที่ตาพระยาเป็นกระทิงพันธุ์ใด ช่วยตอบเร็วๆหน่อยนะคะต้องใช้ข้อมูลนี้ด่วนคะ
 


  คำตอบที่ 165  
 


ลำน้ำ
4 ก.ย. 50
เวลา 16:06:27
สวัสดีครับพี่พระพราย ต้องขออภัยด้วยน่ะครับที่เข้ามาตอบช้า ( รู้สึกผิดน่ะครับ ) ไม่ค่อยได้มีเวลาย้อนเข้ามาดูของเก่านักหรอกนะครับ เนื่องด้วยภาระกิจที่มีอยู่หลายด้านที่จะต้องกระทำ
...แต่อย่างไรเสีย ไม่ว่าจะช้าจนไม่ทันการณ์ หรือยังพอได้อยู่ ผมได้นำสิ่งที่พี่สงสัยมาตอบให้แล้วนะครับ

สิ่งที่พี่พระพรายถามผมว่า..กระทิงที่อช.ตาพระยานั้นเป็นพันธุ์อะไร..............................................................
ตอบพี่พระพรายดังนี้ครับ...
.....กระทิง ( Gaur ) เป็นวัวป่าชนิด Bos Gaurus ในวงศ์ Bovidae

กระทิงแบ่งออกได้เป็นพันธุ์ย่อย ( Subspecies ) 5 สายพันธุ์ ครับ และกระทิงที่ อช.ตาพระยา จะจัดอยู่ในสายพันธุ์ของ Bos Gaurus Readei, Bos Gaurus Hubbacki ครับ

กระทิงในบ้านเราจัดอยู่ในความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในพื้นที่ธรรมชาติขณะนี้ครับ ระดับ CR
( Critically Endangered ) หรือสถานะ : ขั้นวิกฤต นั้นเอง

.........การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์.........ดังนี้ครับ
.....อาณาจักร : Animalia
.....ไฟลัม : Chordata
.....ชั้น : Mammalia
.....อันดับ : Artiodactyla
.....วงศ์ : Bovidae
.....วงศ์ย่อย : Bovinae
.....สกุล : Bos
.....สปีชีส์ : B. gaurus

ขอเรียนพี่พระพรายดังรายละเอียดข้างต้นน่ะ.......ขอบคุณครับ
 




  เชิญกรอกข้อความเพื่อตั้งคำถาม  
 
ผู้ตอบ :

ข้อความ :