พวกเรา ๕ คน เป็นชาย ๒ หญิง ๓ นั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อมาถึงปากทางเข้า
หน่วยพิทักษ์ อช.กุยบุรี ๑ ป่ายาง หรือ หน่วยฯ
ก.ร.๑ ป่ายาง
เวลาประมาณ ๑๕.๐๐น. คนขับรถเห็นว่าพอมีเวลาเหลือ จึงขับรถเข้าไปในป่า
จนถึงบริเวณที่คนงานมาทำ ฝายกักเก็บน้ำให้ช้าง
คนงานถามผู้เขียนว่าเข้ามาได้อย่างไร? ผู้เขียนบอกว่าพวกเราหลงทางมา เขาบอกว่าให้รีบกลับออกมาโดยเร็วเพราะอันตราย
และเขาให้พวกเราขับรถตามมา แต่พวกเราก็ไม่ทำตาม แถมยังเดินเล่นในป่าบริเวณนั้นอีกพักใหญ่
เมื่อพวกเรามาถึง หน่วยฯ ก.ร. ๑ ป่ายาง
ซึ่งมีบ้าน ๓ หลัง ปลูกอยู่ในป่า เจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งเป็นคนนำทางดูช้าง ขอตัวไปดูช้างก่อน
เมื่อพบช้างออกหากินเขาจะวิทยุมาบอก
วิธีการดังกล่าวช่วยย่นเวลาในการหาช้าง และโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะเห็นช้างในป่า
มีเปอร์เซ็นต์สูง
พวกเราขับรถมาตามถนนในป่าจนถึงบริเวณที่ช้างออกมาหากิน สองข้างทางเป็นป่าปลูก
มีต้นไม้หลายชนิดปลูกคละกัน เช่น ต้นขี้เหล็ก
จามจุรี อินทนิลน้ำ และ กระท้อน เป็นต้น ต้นไม้เหล่านี้เจริญงอกงามดี แม้ว่าจะมีต้นหญ้าพันธ์ใบใหญ่
ซึ่งปลูกไว้เพื่อเป็นอาหารช้าง
หญ้าเหล่านั้นเจริญงอกงามและสูงท่วมหัวพวกเรา สาเหตุที่ต้นไม้ขึ้นได้ดี เนื่องจากบริเวณนี้
ไม่มีไฟป่ามา ๓-๔ ปี แล้ว
คนนำทางเล่าให้ฟังว่า ช้างจะเดินหากินเป็นรอบๆละประมาณ ๑ เดือน ต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกช้างกิน
เมื่อช้างเดินผ่านไป ก็จะเจริญงอกงามต่อ
เพื่อพร้อมจะเป็นอาหารของช้างเมื่อช้างเดินวนมาในรอบใหม่
ผู้ร่วมทีมคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งเมื่อตอนหน้าแล้ง
เขามาดูช้างที่หน่วยฯ ก.ร.๑
ประกอบกับมีคนใจบุญ ซื้ออ้อยให้ช้างกินวันละ ๒ ตัน เขาจึงปรึกษากับคนนำทาง
และทำห้างดูสัตว์บนต้นไม้ต้นหนึ่ง ห้างนั้นกว้างพอให้คนนั่งได้ ๓-๔ คน
พวกคนดูช้างจัดแจงปีนขึ้นห้าง ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. พวกเขารอจน
ช้างมากินอ้อย
ช้างมากินอ้อยทีละโขลงๆละ ๗-๘ เชือก บางโขลงก็มีมากกว่านั้น และช้างจะมา
กินอ้อยทุกทิศทุกทาง เพราะฉะนั้นเมื่อเขาขึ้นไปนั่งห้าง แล้วจะไม่มีสิทธิลงจากห้าง
จนกว่าจะถึงเช้าวันใหม่ วันนั้นเขาโชคดีมากมีช้างมากินอ้อยรวม ๗๐ เชือก
เขาจึงถ่ายรูปช้างไว้ได้มากมาย
ขณะเดียวกันเขายังเห็น เสือดาว ๑ ตัว มานั่งดูช้างกินอ้อยด้วย
เสือดาวคงไม่อยาก
แย่งช้างกินอ้อยหรอก แต่เสือดาวหวังจะหาโอกาสกินลูกช้าง แต่ช้างในโขลง ต่างก็
เฝ้าระวัง และดูแลลูกช้างเป็นอย่างดี เมื่อช้างเห็นเสือดาวมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น
ช้างจะยกงวงขึ้น ลูกช้างจะรีบเข้ามาอยู่ในวงล้อมทันที โดยมีแม่ช้าง และช้างพี่เลี้ยง
ยืนล้อมรอบ เสือดาวเมื่อเห็นว่าไม่มีโอกาสที่จะกินลูกช้างได้แล้ว มันจึงค่อยๆเดินจากไป
ผู้ร่วมทีมคนเดิมเล่าให้ฟังว่า ช้างนอกจากจะชอบกินอ้อยแล้ว ช้างยังชอบกิน
ขนุน อีกด้วย
เขาวางแผนว่าจะไปหาขนุน รอจนขนุนสุก และเอาขนุนมาเลี้ยงช้าง กลิ่นหอมของขนุน
จะกระตุ้นให้ช้างมากิน เขาจะขึ้นห้างและถ่ายรูปช้างอีก
ระหว่างทางพบ ศาล มีหลังคา ๑ หลัง ภายในศาลประดิษฐาน
ช้างไม้ ๑ เชือก ศาลและช้างไม้เชือกนี้ บริษัทรับเหมา
สร้างฝาย เป็นผู้สร้างขึ้น ช้างไม้เชือกนี้มีงาสมบูรณ์เพียง ๑ กิ่ง และงาชำรุดอีก
๑ กิ่ง ได้ความว่า ครั้งหนึ่งมีโขลงช้าง
เดินผ่านมาทางนี้ ช้างจริง ได้อุ้มช้างไม้ ลงไปอาบน้ำ แต่ช้างจริงลืมนำช้างไม้กลับคืนที่เดิม...
จวบจนมีคนไปพบเห็น ช้างไม้เชือกนี้นอนอยู่ในน้ำ เขาจึงนำช้างไม้เชือกนี้กลับมาประดิษฐานในศาลดังเดิม
คนนำทางพาเดินลัดเลาะ ตัดพงหญ้ามาจนถึงบริเวณที่มี ขี้ช้าง ที่ยังดูใหม่อยู่
ถามแล้วได้ความว่าเป็นขี้ช้างเมื่อวานนี้
และยังชี้ให้ดู ที่นอนช้าง พื้นดินบริเวณนั้นราบเรียบ เป็นรอยช้างนอน
มีรอยตัวช้างและรอยขาช้าง
ที่นอนช้างมีต้นไม้ขึ้นรก เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น กับช้างเวลาที่ช้างนอน
ไม่ไกลกันนัก มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ จะเห็นต้นไม้มีคราบดินติดอยู่เป็นทางยาว ได้ความว่าเมื่อช้างคันหลัง
คันตัว จากการ
ถูกแมลงในป่ากัด ช้างจะเอาฝุ่นทาตัว และเอาสีข้างไปถูเข้ากับต้นไม้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวช่วยบรรเทาอาการคันได้บ้าง
จึงเกิดสำนวนที่ว่า เอาสีข้างเข้าถู และแล้วพวกเราก็บุกป่าฝ่าดงมาจนถึงบริเวณที่รถจอด
ได้เวลาเที่ยงพอดี
กินข้าวกลางวันกันเถอะ มื้อนี้มีแตงโมเป็นของหวาน ของคาวก็มีตามมีตามเกิด เช่น
หมูทอด น้ำพริก และไข่เจียว เป็นต้น
อิ่มท้องแล้วได้เวลากลับกรุงเทพ ขอลาช้างป่ากุยบุรีไปก่อน วันหน้าจะมาใหม่นะคะ........
คราวต่อไปจะมานั่งห้างและถ่ายรูปช้างให้หนำใจ ..........................................
สวัสดีค่ะ
ร.ศ.
สมพร ชินโนรส .................. เรื่อง / ภาพ
เช้าวันต่อมา...
พวกเราวางแผนว่าจะเดินป่า คนนำทางพาพวกเราเดินไปตามทางในป่า ป่านั้นยังสมบูรณ์มาก
พวกเราเดินไปตามทางน้ำ ซึ่งในหน้าฝนต้องมีน้ำแน่นอน
แต่ตอนนี้เป็นทางแห้ง มีแต่ก้อนกรวด พวกเราเดินอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่ห่วงว่าจะมีช้างโผล่หน้ามาจ๊ะเอ๋หรอก
แต่ห่วงว่าจะลื่นหกล้มลงไปบนก้อนกรวดเหล่านั้นมากกว่า
เดินในป่าประมาณ ๑ ชม. คนนำทางก็บอกให้เดินกลับ พวกเราหวังว่าจะได้กลับมาเดินป่ากุยบุรีอีก
พร้อมกับนอนในป่า ๑ คืน คนนำทางบอกว่า ช้างไม่ชอบอยู่ในป่าทึบ
ช้างชอบอยู่ชายป่าที่มีต้นหญ้า ต้นไผ่ หรือต้นไม้อื่นที่เป็นอาหารช้าง ป่าทึบไม่มีอาหาร
ช้างจึงไม่ชอบอยู่ คนนำทางพาเดินกลับมาขึ้นรถที่จอดไว้...